<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129</id><updated>2012-02-16T12:11:34.125-08:00</updated><category term='ประกันสุขภาพ คือ'/><category term='ประกันเดินทาง ทำประกันเดินทาง'/><category term='การขอรับใบอนุญาตขับขี่'/><category term='ฟังเพลง ลำปางหนาวมาก ต้อม วีซีดี VCD'/><category term='Mr.insurance1free'/><category term='ภาษีมูลค่าเพิ่ม และวิธีการจดทะเบียนภาษี'/><category term='Mr.ประกันภัย'/><category term='ประกันภัยโรคมะเร็ง'/><category term='กฎหมายแพ่งและพาณิชย์'/><category term='สินเชื่อ คือ อะไร  และ ประเภทสินเชื่อ'/><category term='ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต'/><category term='ประกันภัยสุดคุ้ม &quot;ชุด 4 โรคคลาสสิค&quot;'/><category term='Mr.ประกันชีวิต'/><category term='เทคนิคงานขาย / ขายประกันต้องคุยเก่งจริงหรือ'/><category term='ค่าลดหย่อนภาษี'/><category term='รายชื่อบริษัทประกันภัย'/><title type='text'>ครบเครื่องเรื่อง ประกันภัย และสินเชื่อ by Tar</title><subtitle type='html'>เรื่องราวประกันภัยต่างๆ ความหมายประกันภัย ประเภทของประกันภัยต่าง และแนะนำบริษัทประกันภัยต่างๆ รวมไปถึงความหมายของ สินเชื่อ ประเภทสินเชื่อต่างๆ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>30</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-3504153799631110692</id><published>2010-04-01T21:40:00.000-07:00</published><updated>2010-04-01T21:40:00.320-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประกันเดินทาง ทำประกันเดินทาง'/><title type='text'>ประกันเดินทาง ทำประกันเดินทาง</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;ประกันเดินทาง ทำประกันเดินทาง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;ท่องเที่ยวทั่วไทย สบายใจกับการทำประกันเดินทาง เพื่อความคุ้มครอง อุบัติเหตุการเดินทาง&lt;br /&gt;บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบความมั่นใจ ให้กับการเดินทางของคุณด้วยแผนความคุ้มครองไปกับประกันเดินทาง จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงด้วย ความคุ้มครองตามที่ท่านพอใจ รวมถึงการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ หากท่านทำประกันเดินทางจะมีความคุ้มครองดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อยกเว้นทั่วไป ในการทำประกันเดินทาง&lt;br /&gt;การประกันภัยเดินทางตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ไม่คุ้มครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ผู้เอาประกันภัยเดินทางโดยสารเครื่องบินส่วนตัว ขณะเล่นหรือแข่งกีฬาอันตรายบางประเภท การกระทำที่เกิดขึ้นขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา / ยาเสพติดให้โทษร้ายแรง การก่ออาชญากรรมโดยผู้เอาประกันภัยเดินทางเอง การทะเลาะวิวาท การฆ่าตัวตาย การแท้งบุตร การผ่าตัดอันมิได้สืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ภัยสงคราม หรือได้รับรังสีของนิวเคลียร์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสมบัติของผู้เอาประกันภัยเดินทาง &lt;br /&gt;- ผู้เอาประกันเดินทางจะต้องมีอายุระหว่าง 1 - 75 ปี &lt;br /&gt;- เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เดินทางร่วมกับบิดา หรือมารดา ให้ความคุ้มครองโดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเดินทางเพิ่ม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ รายละเอียดของเงื่อนไขการทำประกันเดินทาง ความคุ้มครอง ตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยเดินทาง &lt;br /&gt;ต้องการข้อมูลประกันเดินทางเพิ่มเติม ทาง E-mail &lt;br /&gt;หรือติดต่อเรื่องประกันเดินทางทางโทรศัพท์ หมายเลข 0 2285 8970-76&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-3504153799631110692?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/3504153799631110692/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/04/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/3504153799631110692'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/3504153799631110692'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='ประกันเดินทาง ทำประกันเดินทาง'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-8966658856113280593</id><published>2010-03-01T08:46:00.000-08:00</published><updated>2010-03-01T08:46:00.385-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประกันภัยสุดคุ้ม &quot;ชุด 4 โรคคลาสสิค&quot;'/><title type='text'>ประกันภัยสุดคุ้ม "ชุด 4 โรคคลาสสิค"</title><content type='html'>เพราะสภาวะแวดล้อมต่างๆ รอบตัวคุณ คือปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ภัยเงียบที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ เพิ่มความอุ่นใจ ให้เราแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้คุณด้วยประกันภัยสุดคุ้มชุด ประกันภัยสุดคุ้ม "ชุด 4 โรคคลาสสิค" ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด 700,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครอบคลุม คุ้มครองทั้ง 4 โรคคลาสสิค คือ โรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย &lt;br /&gt;โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเรื้อรังที่ต้องได้รับการล้างไตอย่างสม่ำเสมอ &lt;br /&gt;คุ้มค่า ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 580 บาท/ปี &lt;br /&gt;มั่นใจ รับค่าสินไหมทดแทนสูงสุดถึง 200,000 บาท เมื่อเป็น 1 ใน 4 โรคคลาสสิคตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ &lt;br /&gt;สบายใจ ด้วยผลประโยชน์พิเศษทุกๆเดือน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานถึง 10 เดือน&lt;br /&gt;สูงสุดเดือนละ 50,000 บาท รวมทั้งสิ้น 500,000 บาท &lt;br /&gt;สะดวก สมัครได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ &lt;br /&gt;อุ่นใจ เริ่มทำประกันภัยได้ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี และขยายระยะเวลาต่ออายุประกันภัย&lt;br /&gt;ได้ถึง 64 ปี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงื่อนไข &lt;br /&gt;•ผู้สมัครเอาประกันภัยอายุ 15-60 ปี&lt;br /&gt;•บริษัทฯ จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ว่าเป็นหนึ่งใน 4 โรคคลาสสิคที่เกิดขึ้นหลัง 90 วัน นับจากวันเริ่มความคุ้มครองในปีแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อยกเว้น &lt;br /&gt;•โรคมะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer)&lt;br /&gt;•โรคที่มีมาก่อนการเอาประกันภัย&lt;br /&gt;•โรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องรวมถึงเชื้อ H.I.V.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ซื้อประกันภัยสุดคุ้ม "ชุด 4 โรคคลาสสิค" ออนไลน์ &lt;br /&gt;  ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ทาง E-mail &lt;br /&gt; หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หมายเลข 0 2285 8888&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-8966658856113280593?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/8966658856113280593/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/03/4.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8966658856113280593'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8966658856113280593'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/03/4.html' title='ประกันภัยสุดคุ้ม &quot;ชุด 4 โรคคลาสสิค&quot;'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4880525639826559376</id><published>2010-02-01T22:49:00.001-08:00</published><updated>2010-02-01T22:49:29.141-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประกันภัยโรคมะเร็ง'/><title type='text'>ประกันภัยโรคมะเร็ง</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;b&gt;ประกันภัยโรคมะเร็ง&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;วันนี้ท่านสามารถมองหาสิ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระความเสี่ยงเมื่อเกิดโรคมะเร็งได้แล้ว ด้วยประกันมะเร็งจากกรุงเทพประกันภัย เมื่อปัจจุบันภัยใกล้ตัวนี้ได้เข้ามาใกล้เราขึ้นเรื่อยๆเพราะสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าเป็นมลพิษ อาหาร สารก่อมะเร็ง รวมถึงความเครียดจากภาวะที่เร่งรีบ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้มีความเสี่ยงมากขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทั้งในระระยะสั้นและระยะยาว ประกันมะเร็งจึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยวางแผนชีวิต เพื่อความอบอุ่นใจและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับท่านและครอบครัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลดพิเศษทันที ! เมื่อซื้อประกันโรคมะเร็งของกรุงเทพประกันภัยและชำระเงินผ่านออนไลน์ตั้งแต่วันนี้ &lt;br /&gt;ประกันมะเร็งเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังสุขภาพดีและต้องการประกันความเสี่ยงในด้านค่าใช้จ่ายต่างๆเมื่อเป็นมะเร็ง &lt;br /&gt;ประกันมะเร็งเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ด้วยราคาเบี้ยประกันคงที่ตลอดไป เบี้ยประกันภัยจะได้รับในอัตราเดิมเมื่อต่ออายุ &lt;br /&gt;ประกันมะเร็งคุ้มครองเต็มที่ ไม่ว่ามะเร็งระยะใด &lt;br /&gt;เมื่อพบโรคมะเร็ง ประกันมะเร็งจ่ายครบ 100% ทันที เพียงนำหลักฐานทางการแพทย์มายืนยัน &lt;br /&gt;ประกันมะเร็งไม่ต้องตรวจสุขภาพ เริ่มคุ้มครองตามกรมธรรม์ทันทีเมื่อระบบอนุมัติ &lt;br /&gt;บริษัทฯจะทำการจัดส่งเอกสารกรมธรรม์ประกันมะเร็งตามที่อยู่ที่ท่านระบุ &lt;br /&gt;รับส่วนลดพิเศษ! เมื่อชำระออนไลน์เพื่อซื้อประกันมะเร็ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชนิดของโรคมะเร็งที่ประกันมะเร็งคุ้มครอง &lt;br /&gt;มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งโพรงหลังจมูก &lt;br /&gt;มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งต่อมธัยรอยด์ มะเร็งถุงน้ำดี และท่อน้ำดี มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก &lt;br /&gt;มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก มะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง &lt;br /&gt;มะเร็งในระบบประสาท มะเร็งระบบทางเดินอาหาร ปัสสาวะ และอวัยวะสืบพันธุ์ชาย &lt;br /&gt;และมะเร็งทุกชนิดยกเว้นมะเร็งผิวหนัง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลทั่วไปของประกันมะเร็ง &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ประกันมะเร็งเริ่มทำประกันได้ตั้งแต่อายุระหว่าง 10 – 60 ปี &lt;br /&gt;ประกันมะเร็งคุ้มครองได้ต่อเนื่องจนครบอายุ 65 ปี &lt;br /&gt;ยกเว้น กรณีที่มีหลักฐานทางพยาธิแพทย์ระบุว่าเริ่มเป็นโรคมะเร็งทุกชนิดมาก่อนเอาประกันภัยหรือภายในระยะ 90 วัน หลังจากวันที่เริ่มต้นเอาประกันภัยในปีแรก &lt;br /&gt;ยกเว้น โรคหรือเนื้องอกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสืบเนื่องจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องรวมถึงเชื้อ H.I.V. และมะเร็งผิวหนัง &lt;br /&gt;ประกันมะเร็งสามารถเลือกความคุ้มครองตามความต้องการได้ตั้งแต่ 100,000 – 500,000 บาท &lt;br /&gt;( ทุนประกันสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ต่อ 1 ท่าน )&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4880525639826559376?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4880525639826559376/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/02/blog-post_01.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4880525639826559376'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4880525639826559376'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/02/blog-post_01.html' title='ประกันภัยโรคมะเร็ง'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-8332245709597513241</id><published>2010-02-01T22:46:00.001-08:00</published><updated>2010-02-01T22:46:24.010-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประกันสุขภาพ คือ'/><title type='text'>ประกันสุขภาพ คือ</title><content type='html'>ประกันสุขภาพ คือ การทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองสำหรับการรักษาพยาบาลในความบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุ โดยเป็นคนไข้ใน (In-patient)ของโรงพยาบาล ซึ่งความคุ้มครองของการทำประกันสุขภาพประกอบด้วย &lt;br /&gt;•ทำประกันสุขภาพเพื่อได้รับคุ้มครองค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการทั่วไป &lt;br /&gt;•ทำประกันสุขภาพเพื่อได้รับคุ้มครองค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงพยาบาล&lt;br /&gt;•ทำประกันสุขภาพเพื่อได้รับคุ้มครองค่าบริการใช้ห้องผ่าตัด ค่า X-ray ค่าตรวจทางชีวเคมี &lt;br /&gt;•ทำประกันสุขภาพเพื่อได้รับคุ้มครองค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด &lt;br /&gt;•ทำประกันสุขภาพเพื่อได้รับค่าปรึกษาแพทย์พิเศษ&lt;br /&gt;•ทำประกันสุขภาพเพื่อได้รับคุ้มครองอุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงแรก&lt;br /&gt;และประกันสุขภาพยังให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั่วไปในการรักษา พยาบาล รวมทั้งผลประโยชน์ ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ที่มิได้ระบุไว้ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองสำหรับการ รักษาพยาบาลเป็นคนไข้นอก (Out-patient) เพิ่มเติมได้อีกด้วย เช่น เป็นไข้หวัด ปวดหัว ตัวร้อน ปวดท้อง เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับท่านที่เป็นนายจ้างและต้องการให้ความคุ้มครองประกันสุขภาพกับ ลูกจ้างที่มีจำนวน 20 ท่านขึ้นไป สามารถทำ ประกันภัยสุขภาพหมู่ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับลูกจ้างหรือพนักงานของท่านได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-8332245709597513241?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/8332245709597513241/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/02/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8332245709597513241'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8332245709597513241'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/02/blog-post.html' title='ประกันสุขภาพ คือ'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-1711433331768772725</id><published>2010-01-17T06:51:00.000-08:00</published><updated>2010-01-17T06:53:35.936-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต'/><title type='text'>ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต</title><content type='html'>&lt;div style="padding-bottom: 0px; margin: 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: none; padding-top: 0px" id="scid:0767317B-992E-4b12-91E0-4F059A8CECA8:39c2b01d-510b-4183-836c-24479b4b0367" class="wlWriterEditableSmartContent"&gt;Technorati Tags: &lt;a href="http://technorati.com/tags/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95" rel="tag"&gt;ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;a href="http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/S1MkRRZJPCI/AAAAAAAAAdk/5Qt19DcyNuw/s1600-h/CAWVMP6F%5B4%5D.jpg"&gt;&lt;img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-top: 0px; margin-right: auto; border-right: 0px" title="CAWVMP6F" border="0" alt="CAWVMP6F" src="http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/S1Mkbl8sfKI/AAAAAAAAAdo/XEUEONhPygs/CAWVMP6F_thumb%5B2%5D.jpg?imgmax=800" width="143" height="107" /&gt;&lt;/a&gt;&amp;#160;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.1 ผู้เอาประกันชีวิตต้องการได้รับประโยชน์ในด้านความคุ้มครอง คือเมื่อมีภัยเกิดขึ้นแก่ชีวิตทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียรายได้เนื่องจากการตาย ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือชราภาพ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้ตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี     &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.2 เพื่อการออมทรัพย์ หากผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อการประกันชีวิตแบบที่มีการออมทรัพย์รวมอยู่ด้วย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินก้อนหนึ่งตามที่ตกลงไว้เมื่อมีชีวิตอยู่ ณ วันที่สัญญาครบกำหนด ทั้งนี้บริษทประกันชีวิตจัดเป็นสถาบันการเงินเช่นเดียวกับธนาคารและบริษัทเงินทุน    &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.3 การประกันชีวิตให้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ บริษัทประกันชีวิตจะนำเอาเงินส่วนที่เป็นเงินออมของผู้เอาประกันภัยไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตั๋วเงินคลังของกระทรวงการคลัง หรือนำไปลงทุนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า สนามบิน ถนนหนทาง รถไฟฟ้าและอื่นๆ อันเป็นการลดภาระของรัฐบาลที่จะต้องกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-1711433331768772725?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/1711433331768772725/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/01/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1711433331768772725'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1711433331768772725'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/S1Mkbl8sfKI/AAAAAAAAAdo/XEUEONhPygs/s72-c/CAWVMP6F_thumb%5B2%5D.jpg?imgmax=800' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-357482662816020860</id><published>2009-12-24T02:23:00.000-08:00</published><updated>2009-12-24T02:24:41.365-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทคนิคงานขาย / ขายประกันต้องคุยเก่งจริงหรือ'/><title type='text'>เทคนิคงานขาย / ขายประกันต้องคุยเก่งจริงหรือ</title><content type='html'>&lt;p&gt;เห็นตัวแทนส่วนใหญ่ จะบอกว่า คุยไม่เก่งขายไม่ได้   &lt;br /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1.คุยเก่งแต่ไร้สารระ ไม่มีความรู้ น้ำท่วมทุ่งไปเรื่อย   &lt;br /&gt;2.คุยไม่เก่ง พูดน้อย แต่ทุกคำมีสาระมีความรู้ที่ลูกค้าต้องการ    &lt;br /&gt;ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะเคยดูหนัง ถ้าไม่เคยก็ไปดูซะ เรื่องอะไรก็ได้    &lt;br /&gt;ถ้าคุณไปดูหนัง แล้วหนังที่คุณดูมันสนุก ประทับใจ แล้วคุณเคยเอามาเล่าให้เพื่อนฟังหรือเปล่า? ถ้าเคย .. เมื่อเล่าแล้ว เพื่อนรู้เรื่องหรือเปล่า?    &lt;br /&gt;ถ้าคุณเคยเล่า และเพื่อนรู้เรื่อง สนุกตาม และอยากไปดู ....นั่นแสดงว่า คุณมีความสามารถในการขายประกัน......    &lt;br /&gt;ปัญหาส่วนใหญ่ คือตัวแทนพยายามที่จะขายอย่างเดียว แถมอธิบายแบบประกันก็วกไปวนมา ลูกค้างง ลูกค้าเลยต้องเบรคว่า ขอเอกสารไว้ดูได้หรือเปล่า เพราะว่าลูกค้าไม่เข้าใจ ตัวแทนก็พยายามปิดการขายอยู่นั่นแหละ สุดท้ายลูกค้า ก็บอกว่า คิดดูก่อน(จริงๆการปิดการขายไม่ได้ก็อาจจะเพราะอย่างอื่นก็มี แต่อันนี้เป็นเตสทั่วไป)    &lt;br /&gt;ดังนั้นเทคนิคนึง ที่ผมอยากจะ ให้คนที่ได้เข้ามาอ่าน ได้ใช้ ให้เป็นประโยชน์ คือ    &lt;br /&gt;แบบประกันที่จะขาย    &lt;br /&gt;1. เราต้องเชื่อก่อนว่าแบบประกันที่เราจะเอาไปขายนั้นดีจริงๆ    &lt;br /&gt;ต้องเชื่อก่อน ว่ายังไงก็ไม่ขาดทุน    &lt;br /&gt;2. ต้องรู้จุดดีและจุดเสียของแบบประกันกัน แบบนั้นๆ รู้แบบทะลุปรุโปร่งเลยยิ่งดี รู้ประมาณการณ์อัตราเบี้ย(เรทเบี้ย)ของแต่ละช่วงอายุ รู้ประมาณการณ์ มูลค่าเวนคืน หลังจากนั้น ให้นึกถึงผู้มุ่งหวัง ภาพของผู้มุ่งหวังจะเกิดขึ้นในความคิดหลังจากนั้นทำการนัดผู้มุ่งหวัง การนัดนั้น ก็แบ่งเป็นการนัดแบบเป็นทางการ กับไม่เป็นทางการ คือนัดคนรู้จักกับไม่รู้จักนั่นแหละในที่นี้เอาเคส คนรู้จัก เป็นเพื่อนกันแต่ไม่ค่อยได้คุยกัน ก็นัดแบบ สบายๆ แต่แฝงด้วยความจริงจัง เช่น วันนี้ว่างหรือเปล่า เรามีเรื่องประกันจะคุยกับนาย หรือ วันนี้ว่างหรือเปล่าจะเข้าไปหา หรือ อะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้า ผู้มุ่งหวังถามมา จะต้องตอบไปตรงๆ ว่าเราต้องการมาคุยเรื่องประกัน เพราะถ้าไม่ตอบแบบนี้ จะเข้าเรื่องยาก และปิดยากหลังจากนั้นเมื่อนัดได้แล้วให้ทำการเปิดฉากคุย แต่ทางที่ดี อย่านัดกินช้าว แบบ กินไปคุยไป หรือ ทำอะไรไปด้วยคุยไปด้วย เพราะคุยไป100คำ เค้ารู้เรื่องแค่3 คำ เหนือยฟรี ถ้าจะทำอะไรไปด้วย ฟังไปด้วย ต้องบอกเลยว่า ทำให้เสร็จก่อน แล้วค่อยคุย ทีเดียวเปิดฉากขายการเปิดฉากขาย มีหลายวิธี บางคนอาจจะเปิดแบบนิ่มนวล ที่ฟังดูแล้ว ขนลุก เป็นสคริปที่ท่องกันมา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความถนัด ส่วนในสไตล์ของผมเอง ก็จะเริ่มที่ว่า ..มา ..เริ่มกันนเลย แฟนอยู่หรือเปล่า มาคุยทีเดียวเลย จะได้เข้าใจเหมือนๆกัน ถ้าดีก็ซื้อ ไม่ดีก็ไม่ต้องซื้อ หลังจากนั้น ก็เริ่มทำการ พรีเซ้นต์ (เล่าถึงแบบประกัน ที่คุณคิดว่าดีนั่นแหละ เล่าว่า แบบนี้ดีกว่าแบบอื่นยังไง ยกแบบประกันอื่นมาเปรียบเทียบ ....แบบของบริษัทเรานั่นแหละแต่แบบอื่นที่เราคิดว่าไม่ดี อย่าเอาแบบของบริษัทอื่น เดียวลูกค้าจะคิดว่า เราโจมตีบริษัทอื่น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160; เมื่อเรา พูดจบ ให้เงียบ รอฟัง ขอโต้แย้ง หรือคำถาม(จะเห็นว่าคุณต้องมีความรู้ ถ้าไม่มีความรู้ ก็ตกม้าตายตอนจบ) หลังจากนั้น รอดูสัญญาณ ถ้าเริ่มมีอาการลังเล (เริ่มดีใจได้แล้วครับ) ให้รีบตัดบทเลยครับ ว่า เอาอย่างนี้ ไม่รู้ว่าบริษัทจะรับ หรือเปล่า หรือ ไม่รู้ว่าบริษัทจะตรวจสุขภาพหรือปล่า เดี๋ยวเรา ส่งเรื่องเข้าไปให้บริษัท พิจารณาก่อน ส่วนเรื่องเงิน ถ้าเรืองจบแล้วค่อยว่ากัน   &lt;br /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;อันนี้เป็นวิธีการคร่าวๆของผม ซึ่งส่วนใหญ่ ก็ปิดได้ ถ้ามันเป็นประโยชน์ แล้วทำให้ใครปิดการขายได้ ก็ขอให้นึกถึงผมบ้างก็พอนะครับแต่สุดท้ายคือ อย่าใช้วิธีการ หรือคำพูดของผมทั้ง 100% ให้นำวิธีการนี้ ไปวิเคราะห์ กรอง แล้วนำไปใช้ ให้เหมาะกับตัวคุณและลูกค้าของคุณ แล้ววันนึงคุณจะมีวิธีการขาย ที่เป็นตัวของตัวคุณเอง   &lt;br /&gt;ขอบคุณ.....&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c0c0c0"&gt;ที่มา powersalekit.com&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-357482662816020860?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/357482662816020860/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_24.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/357482662816020860'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/357482662816020860'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_24.html' title='เทคนิคงานขาย / ขายประกันต้องคุยเก่งจริงหรือ'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4973870474956416557</id><published>2009-12-17T08:30:00.000-08:00</published><updated>2009-12-17T08:31:03.196-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฎหมายแพ่งและพาณิชย์'/><title type='text'>กฎหมายแพ่งและพาณิชย์</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;&lt;font size="6"&gt;กฎหมายแพ่งและพาณิชย์&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;กฎหมายแพ่ง คือ กฎหมายว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของบุคคล เช่น เรื่องสภาพบุคคล ทรัพย์ หนี้ นิติกรรม ครอบครัว และมรดก เป็นต้น การกระทำผิดทางแพ่ง ถือว่าเป็นการละเมิดต่อบุคคลที่เสียหายโดยเฉพาะไม่ทำให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนอย่างการกระทำผิดอาญา &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;กฎหมายพาณิชย์ คือ กฎหมายว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของบุคคล อันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเศรษฐกิจและการค้า โดยวางระเบียบเกี่ยวพันทางการค้าหรือธุรกิจระหว่างบุคคล เช่น การตั้งหุ้นส่วนบริษัท การประกอบการรับขน และเรื่องเกี่ยวกับตั๋วเงิน (เช่น เช็ค) กฎหมายว่าด้วยการซื้อขาย การเช่าทรัพย์ การจำนอง การจำนำ เป็นต้น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ในปัจจุบันกฎหมายแพ่งและกฎหมายพาณิชย์ของประเทศไทย ได้บัญญัติรวมเป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน เรียกชื่อว่า &amp;quot;ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&amp;quot; แบ่งออกเป็น 6 บรรพ คือ บรรพ 1 ว่าด้วยหลักทั่วไป บรรพ 2 ว่าด้วยหนี้ บรรพ 3 ว่าด้วยเอกเทศสัญญา บรรพ 4 ว่าด้วยทรัพย์สิน บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัวและบรรพ 6 ว่าด้วยมรดก &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เหตุที่ประเทศไทยมีการจัดทำประมวลกฎหมายโดยการนำเอากฎหมายแพ่งมารวมกับกฎหมายพาณิชย์เป็นฉบับเดียวคล้ายกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยไม่ได้แยกเป็นประมวลกฎหมายแพ่งเล่มหนึ่งและประมวลกฎหมายพาณิชย์อีกเล่มหนึ่งดังเช่นประเทศเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เพราะการค้าพาณิชย์ในขณะที่ร่างกฎหมายยังไม่เจริญก้าวหน้า อีกทั้ง หลักทั่วไปบางอย่างในกฎหมายแพ่งก็สามารถนำไปใช้กับกฎหมายพาณิชย์ได้ ความจำเป็นที่จะต้องแยกกฎหมายพาณิชย์ออกจากกฎหมายแพ่งโดยจัด&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4973870474956416557?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4973870474956416557/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_9864.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4973870474956416557'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4973870474956416557'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_9864.html' title='กฎหมายแพ่งและพาณิชย์'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-8583883293212785854</id><published>2009-12-17T05:17:00.001-08:00</published><updated>2009-12-17T05:17:58.177-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สินเชื่อ คือ อะไร  และ ประเภทสินเชื่อ'/><title type='text'>สินเชื่อคืออะไร  และประเภทของสินเชื่อ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;สินเชื่อ คือ อะไร และสำคัญอย่างไร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เอาแบบไม่ต้องกางตำราแล้วกันน่ะค่ะ สินเชื่อ แปลกันแบบบ้านๆ สิน คือ เงินทอง สินทรัพย์ เชื่อ ก็คือเชื่อ เชื่อใจ รวมกันก็ เชื่อใจเรื่องเงินทอง ทรัพย์สิน เลยให้เธอยืม ง่ายจัง เมื่อให้เธอยืมแล้ว เธอก็ต้องคืน แล้วก็ต้องมีอะไรตอบแทนให้พอสมน้ำสมเนื้อกัน ของฟรีไม่มีในโลกว่างั้น ผลตอบแทนที่ว่า ก็คือ ดอกเบี้ย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;สินเชื่อ ตามที่เคยร่ำเรียนมา เค้าว่า มนุษย์เรารู้จักมานานมากแล้ว เป็นพันปี ประเทศแรกๆ ที่มีระบบสินเชื่อ หรือการให้ยืมเงินแล้วคิดดอกเบี้ย กำหนดงวดการชำะ ว่ากันว่าเป็นชาวอิสราเอล ตอนแรกแปลกใจมากเลย ไปลองอ่านประวัติศาสตร์มาแบบผ่านๆ ชนชาติอิสราเอล เป็นนักคิดและนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก หลายคน(จำชื่อไม่ได้ไว้วันหลัง จะมาเล่าให้ฟัง) เวลาชาวอิสราเอล ไปอยู่ประเทศไหน มักจะมีอาชีพเก็บภาษี พ่อค้า คำนวณเงินต่างๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่จะมีคนไม่ชอบ และทำให้มีคนใจร้าย ทำร้ายชาวยิวในสงครามโลก ไปไกลเกินไปแล้ว เอาเป็นว่าระบบธนาคารปัจจุบัน หรือการคิดดอกเบี้ย มีกำเนิดมาจากชาวอิสราเอลแล้วกัน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;รูปแบบของสินเชื่อ&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เมื่อก่อนจะให้หยิบยืมเงิน หรือสิ่งของ แล้วค่อยทะยอยใช้ทีหลัง ปัจจุบันแม้ว่ารูปแบบจะเปลี่ยนไปมาก แต่คงลัษณะเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่เรียกว่านวัตกรรมดีกว่า รูปแบบสินเชื่อก็มีหลายแบบ ขอยกตัวอย่างแล้วกัน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เงินกู้ระยะยาว จะเป็นสินเชื่อที่ให้กู้ไปเป็นก้อนที่เดียว แล้วผ่อนใช้คืนทีหลัง เช่น ผ่อนซื้อบ้าน สร้างโรงงาน เป็นต้น ดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่าแบบอื่น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เงินกู้ระยะสั้น จะเป็นสินเชื่อระยะสั้นส่วนใหญ่ไม่เกินสามปี มีรูปแบบการให้ใช้เป็นวงเงิน ใช้คืนแล้ว อาจจะเอามาใช้อีกได้ เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือ ชาวบ้านเรียกว่า โอดี เงินกู้ระยะสั้นเหมาะสำหรับการใช้หมุนเวียนในกิจการ หรือเป็นเงินสำรอง ดอกเบี้ยจะสูงกว่าแบบแรก &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;หลักๆ มีแค่ 2 ประเภท แต่ปัจจุบันมีเยอะจนงง โดยเดี๋ยวนี้มีการแยกสินเชื่อบุคคลออกมา&amp;#160; เป็นบัตรเครดิต บัตรเงินสด เงินกู้ส่วนบุคคล โดยไม่มีหลักประกัน แล้วก็นั่นเอง ดอกเบียแพงมหาโหด และกำลังเป็นปัญหาในปัจจุบัน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;กราฟแสดงกระแสเงินสด&lt;/b&gt;    &lt;br /&gt;&lt;/p&gt; &lt;a href="http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/SyovgAMPn9I/AAAAAAAAAbc/HfLt1_lfUao/s1600-h/Image.gif"&gt;&lt;img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-top: 0px; margin-right: auto; border-right: 0px" title="สินเชื่อคืออะไร" border="0" alt="สินเชื่อคืออะไร" src="http://lh4.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/SyovhGj9PvI/AAAAAAAAAbg/mvKjQApF384/Image.gif?imgmax=800" width="428" height="227" /&gt;&lt;/a&gt;   &lt;p&gt;&lt;b&gt;ในการกู้ยืมโดยทั่วไป องค์ประกอบพื้นฐานของสินเชื่อคือ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img border="1" hspace="5" alt="" vspace="7" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="5" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;เงินดาวน์ (Down Payment)&lt;/b&gt; คือจำนวนเงินสดที่คุณจะต้องสมทบในวันแรกของการกู้ยืมซึ่งมักถูกกำหนดให้เป็นเปอร์เซ็นต์ของราคา รถที่ต้องการซื้อ เช่น รถราคา 1,000,000 บาทคุณต้องดาวน์ 20% หมายความว่าคุณต้องออกเงินเอง 200,000 บาทโดยผู้ให้กู้จะให้คุณกู้ในส่วนที่เหลือเท่ากับ 800,000 บาท&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img border="1" hspace="5" alt="" vspace="7" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="5" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;เงินต้น (Principal)&lt;/b&gt; คือจำนวนเงินที่คุณกู้ออกมาเพื่อใช้รวมกับเงินดาวน์ในการซื้อรถของคุณ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img border="1" hspace="5" alt="" vspace="7" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="5" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ระยะเวลากู้ยืม (Term/Tenure)&lt;/b&gt; คือจำนวนปีการผ่อนชำระ โดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็นงวดหรือจำนวนเดือนอีกครั้งหนึ่ง เช่น 60 งวดเท่ากับ 5 ปี &lt;b&gt;พึงจำไว้ว่าระยะเวลาการกู้ที่ยาวขึ้นหมายถึงดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย คุณควรกู้ให้สั้นที่สุด&lt;/b&gt; หรือไม่ก็จ่ายเงินต้นคืนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในค่างวด แต่คุณต้องแน่ใจว่าคุ้มกับค่าปรับ (ถ้ามี) นอกจากนี้ หากคุณมีหนี้สินอื่นๆ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นจากบัตรเครดิต ฯลฯ คุณควรไปลดมูลหนี้ดังกล่าวก่อน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img border="1" hspace="5" alt="" vspace="7" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="5" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดอกเบี้ย (Interest)&lt;/b&gt; คือค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมที่คุณต้องจ่ายแก่ผู้ให้กู้ อัตราดอกเบี้ยมักถูกนำเสนอใน 2 รูปแบบคือ     &lt;br /&gt;&lt;img border="0" hspace="3" alt="" vspace="3" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="2" /&gt;&lt;b&gt;Flat Rate&lt;/b&gt; เป็นอัตราที่ผู้ให้กู้นิยมใช้ในการโฆษณาสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เนื่องจากเป็นอัตราที่ผู้กู้สามารถนำไปคำนวณค่างวดได้ อย่างง่ายๆ (คุณสามารถนำ Flat Rate ไปคูณกับยอดเงินกู้และจำนวนปีเพื่อหาจำนวนดอกเบี้ยทั้งหมดตลอดอายุวงเงิน ค่างวดต่อ เดือนจะเท่ากับยอดเงินกู้บวกกับจำนวนดอกเบี้ยทั้งหมดหารด้วยจำนวนงวด) เช่น เงินกู้ 1,000,000 บาทดอกเบี้ย 10% ระยะเวลา 5 ปี คุณจะมีดอกเบี้ยทั้งหมด เท่ากับ 500,000 บาท หรือ 1,000,000 * 10% * 5 และ ค่างวดต่อเดือน เท่ากับ 25,000 บาท หรือ (1,000,000+500,000)/60     &lt;br /&gt;&lt;img border="0" hspace="3" alt="" vspace="3" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="2" /&gt;&lt;b&gt;Effective Rate&lt;/b&gt; หรือที่เรียกกันว่า &amp;quot;แบบลดต้นลดดอก&amp;quot; ซึ่งเป็นการแปลง Flat Rate เป็นอัตรามาตรฐานที่สามารถนำไปเปรียบ เทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อื่นๆเช่น เคหะ หรือ บัตรเครดิตได้     &lt;br /&gt;ทั้งนี้ Flat Rate จะมีค่าที่น้อยกว่า Effective Rate เสมอ และมักจะมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการเช่าซื้อ การคำนวณ Effective Rate แบบง่ายๆ สามารถทำได้โดยนำ Flat Rate ดังกล่าวมาคูณสอง &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img border="1" hspace="5" alt="" vspace="7" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="5" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ค่างวดผ่อนชำระรายเดือน (Monthly Payment)&lt;/b&gt; คือจำนวนเงินที่คุณจะต้องจ่ายคืนแก่ผู้ให้กู้ในแต่ละเดือน โดยปกติแล้วค่างวดนี้จะ    &lt;br /&gt;มีมูลค่าที่เท่ากันตลอดอายุสินเชื่อ ส่วนประกอบที่สำคัญของค่างวดมี 2 ส่วนคือ     &lt;br /&gt;&lt;img border="0" hspace="3" alt="" vspace="3" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="2" /&gt;&lt;b&gt;ดอกเบี้ย (Interest Charge)&lt;/b&gt; ที่คิดบนยอดเงินต้นที่ยังค้างชำระอยู่ ส่วนนี้จะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ ตามการผ่อนชำระคืนเงินต้น (ดูกราฟ ด้านบน)     &lt;br /&gt;&lt;img border="0" hspace="3" alt="" vspace="3" src="http://www.silkspan.com/image/ins_bullet.gif" width="5" height="2" /&gt;&lt;b&gt;เงินต้น (Principal Repayment)&lt;/b&gt; ส่วนที่ไม่ใช่ภาระดอกเบี้ยจะถูกนำไปลดยอดเงินต้น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;&lt;font size="5"&gt;ประเภทของสินเชื่อ&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; สินเชื่อมีหลายประเภทซึ่งการศึกษาการแบ่งประเภทของสินเชื่อแบบต่าง ๆ ทำให้เราทราบว่ารูปแบบของการให้สินเชื่อนั้นสามารถกระทำได้ในรูปแบบใดได้บ้าง ดังสรุปประเภทของสินเชื่อ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;b&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามระยะเวลา&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.1 สินเชื่อระยะสั้น คือ สินเชื่อที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อการค้า เครื่องมือสินเชื่อประเภทนี้ เช่น ตั๋วเงินคลัง(Treasury Bills) และตราสารพาณิชย์ (Commercial Papers) เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.2 สินเชื่อระยะกลาง คือ สินเชื่อที่มีอายุระหว่าง 1-5 ปี เช่น การผ่อนส่งการซื้อสินค้าคงทน เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.3 สินเชื่อระยะยาว คือ สินเชื่อที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปเป็นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินจำนวนมาก หรือเป็นการบริโภคสินค้าคงทนที่มีมูลค่าสูงมากเช่น บ้านและที่ดิน เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2. การแบ่งประเภทของสินเชื่อตามวัตถุประสงค์ &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.1 สินเชื่อเพื่อการบริโภค หมายถึง สินเชื่อที่ให้กับบุคคล เพื่อประโยชน์ในการนำมาบริโภค สินเชื่อประเภทนี้อาจเกิดขึ้นในหลายรูปแบบเช่น การเปิดบัญชีไว้กับร้านอาหาร เมื่อถึงสิ้นเดือนจึงชำระครั้งเดียว การผ่อนส่งจากการซื้อสินค้าโดยเฉพาะสินค้าคงทน เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ รถยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้สินเชื่อจากบัตรเครดิตก็เป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภคเช่นกัน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.2 สินเชื่อเพื่อการลงทุน อาจเป็นสินเชื่อเพื่อการจัดหาปัจจัยการผลิตหรือสินทรัพย์ถาวรต่าง ๆ เพื่อใช้ในการดำเนินการผลิตไม่ว่าจะเป็นในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบริการ สินเชื่อประเภทนี้มักเป็นสินเชื่อระยะยาวอาจอยู่ในรูปของการออกหุ้นกู้ หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.3 สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์หรือสินเชื่อการค้า โดยทั่วไปเป็นสินเชื่อเพื่อการซื้อขายสินค้าประเภทวัตถุดิบ หรือการซื้อสินค้ามาจำหน่ายต่อ เป็นการรับสินค้ามาก่อน แล้วค่อยชำระค่าสินค้าภายหลังโดยทั่วไปจะเป็นสินเชื่อระยะสั้น เช่น 30-60 วัน เป็นสินเชื่อที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่การทำธุรกิจ ทั้งนี้รวมไปถึงการออก Letter of Credit เพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงในการชำระค่าสินค้าจากการซื้อขายระหว่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามผู้ขอรับสินเชื่อ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3.1 สินเชื่อสำหรับบุคคล มักเป็นสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3.2 สินเชื่อสำหรับธุรกิจ เป็นสินเชื่อสำหรับกิจการห้างร้านไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อลงทุนเพื่อการผลิตหรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3.3 สินเชื่อสำหรับรัฐบาล ในยามที่รัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอแก่รายจ่ายหน่วยงานภาครัฐจึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินซึ่งอาจอยู่ในรูปของตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และพันธบัตรรัฐบาลรูปแบบต่าง ๆ เช่น พันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และพันธบัตรออมทรัพย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามผู้ให้สินเชื่อ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4.1 บุคคลเป็นผู้ให้ เช่น การให้กู้ยืมในหมู่คนรู้จัก ญาติพี่น้อง หรือการปล่อยกู้นอกระบบ เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4.2 สถาบันการเงินเป็นผู้ให้ ซึ่งสถาบันการเงินก็มีหลายประเภทและอาจตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เงื่อนไขและประเภทของวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อก็อาจแตกต่างกันไป สถาบันการเงินเหล่านี้ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามและสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4.3 หน่วยงานอื่น ๆ เป็นผู้ให้ เช่น มูลนิธิ องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร หน่วยงานการกุศล และกองทุนต่าง ๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน เป็นต้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 5. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามหลักประกัน&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 5.1 สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน สินเชื่อประเภทนี้อาศัยความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นเครื่องพิจารณาการให้สินเชื่อ สินเชื่อประเภทนี้จึงมีความเสี่ยงสูงเพราะไม่มีหลักประกันให้แก่ผู้ให้กู้ในกรณีที่เกิดการผิดสัญญาขึ้น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 5.2 สินเชื่อที่มีหลักประกัน สินเชื่อประเภทนี้มีความเสียงต่ำกว่าเนื่องจากผู้กู้มีหลักประกันแก่ผู้ให้กู้เพื่อชดใช้ความเสียหายหากเกิดการผิดสัญญาขึ้น โดยหลักประกันดังกล่าวอาจอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ เช่น การจำนองที่ดิน สังหาริมทรัพย์ เช่น พันธบัตร ทองคำ หรืออยู่ในรูปของการค้ำประกันจากบุคคลหรือสถาบันการเงิน (อาวัล) ก็ได้ &lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-8583883293212785854?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/8583883293212785854/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_9237.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8583883293212785854'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8583883293212785854'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_9237.html' title='สินเชื่อคืออะไร  และประเภทของสินเชื่อ'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://lh4.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/SyovhGj9PvI/AAAAAAAAAbg/mvKjQApF384/s72-c/Image.gif?imgmax=800' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-5901856513040266903</id><published>2009-12-17T04:59:00.001-08:00</published><updated>2009-12-17T05:00:12.493-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภาษีมูลค่าเพิ่ม และวิธีการจดทะเบียนภาษี'/><title type='text'>ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ความหมายภาษี วิธีการจดทะเบียนภาษี</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="1"&gt;&lt;/a&gt;ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลใด ๆ หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.2 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคำนวณภาษีที่ต้องเสียจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1. ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2. ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;3. ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;4. ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 43)ฯ ลงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2536 &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;5. ผู้ประกอบการอื่นตามที่อธิบดีจะประกาศกำหนดเมื่อมีเหตุอันสมควร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="3"&gt;&lt;/a&gt;ผู้ประกอบการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่สามารถขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1. ผู้ประกอบกิจการ ขายพืชผลทางการเกษตร สัตว์ ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่น อาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ฯลฯ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายและมีรายรับไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;3. การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร โดยอากาศยาน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;4. การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;5. การให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="4"&gt;&lt;/a&gt;วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.&amp;#160;&amp;#160; แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; แบบคำขอที่ใช้ในการขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ แบบ ภ.พ.01 ซึ่งในเขตกรุงเทพมหานครขอรับได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(เขต/อำเภอ) หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ สำหรับในจังหวัดอื่นขอรับได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(อำเภอ) ทุกแห่ง &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.&amp;#160;&amp;#160; เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.01 จำนวน 3 ฉบับ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; สำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานแสดงการอยู่อาศัยจริง พร้อมภาพถ่ายสำเนาดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (3)&amp;#160;&amp;#160; บัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร พร้อมภาพถ่ายบัตรดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (4)&amp;#160;&amp;#160; สัญญาเช่าอาคารอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการ (กรณีเช่า) หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานประกอบการ และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น เป็นเจ้าบ้าน, สัญญาซื้อขาย, คำขอหมายเลขบ้าน, ใบโอนกรรมสิทธิ์, สัญญาเช่าช่วง พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการและภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (5)&amp;#160;&amp;#160; หนังสือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว (กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (6)&amp;#160;&amp;#160; หนังสือรับรองของนายทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัท พร้อมวัตถุประสงค์ หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ และใบทะเบียนพาณิชย์พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว (กรณีเป็นนิติบุคคล) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (7)&amp;#160;&amp;#160; บัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (8)&amp;#160;&amp;#160; แผนที่ซึ่งแสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขป และภาพถ่ายสถานประกอบการจำนวน 2 ชุด &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (9)&amp;#160;&amp;#160; กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 10 บาท บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมภาพถ่ายบัตรดังกล่าว โดยผู้รับมอบอำนาจต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="5"&gt;&lt;/a&gt;กำหนดเวลาจดทะเบียน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1. ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ เว้นแต่กรณีที่ผู้ประกอบการมีแผนงานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้เตรียมการเพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและมีการดำเนินการเพื่อเตรียมประกอบกิจการอันเป็นเหตุให้ต้องมีการซื้อสินค้าหรือรับบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น การก่อสร้างโรงงาน การสร้างอาคารสำนักงานหรือการติดตั้งเครื่องจักร ให้ผู้ประกอบการมีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ภายในกำหนด 6 เดือนก่อนวันเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2. ผู้ประกอบการที่มีรายรับเกินกว่า 1.2 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษี-มูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีมูลค่าของฐานภาษี (รายรับ) เกินกว่า 1.2 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="6"&gt;&lt;/a&gt;สถานที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.01 ณ สถานที่ดังต่อไปนี้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1. กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่ สถานประกอบการตั้งอยู่ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2. กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(อำเภอ) ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ และกรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;กรณีในท้องที่อำเภอหรือกิ่งอำเภอตั้งใหม่ที่กรมสรรพากรมิได้จัดอัตรากำลังไว้ ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(อำเภอ) ที่เคยควบคุมพื้นที่เดิมของอำเภอหรือกิ่งอำเภอตั้งใหม่นั้น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;กรณีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ในท้องที่ที่สถานประกอบการอันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="7"&gt;&lt;/a&gt;ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.01 พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว จะมีการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.20) ให้ ซึ่งจะมีผลให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นต้นไป &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; กรณีที่ผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เพียงแห่งเดียว แต่กรมสรรพากรจะออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20) ให้แก่สถานประกอบการทุกแห่ง โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องนำใบทะเบียนดังกล่าวไปแสดงไว้ ณ สถานประกอบการแต่ละแห่งในสถานที่ที่เห็นได้ง่ายและเปิดเผย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; กรณีที่ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด ซึ่งใบแทนดังกล่าวถือเป็นใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="8"&gt;&lt;/a&gt;หน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.&amp;#160;&amp;#160; เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ และออกใบกำกับภาษีเพื่อเป็นหลักฐานในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.&amp;#160;&amp;#160; จัดทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งได้แก่ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; รายงานภาษีซื้อ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; รายงานภาษีขาย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (3)&amp;#160;&amp;#160; รายงานสินค้าและวัตถุดิบ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3.&amp;#160;&amp;#160; ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีตามแบบ ภ.พ.30&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="9"&gt;&lt;/a&gt;การเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งได้แก่ การย้ายสถานประกอบการ การเลิกกิจการ การโอนหรือควบกิจการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของการประกอบการ การเปลี่ยนแปลงประเภทสินค้าหรือบริการ การเพิ่มหรือลดสาขา การเปลี่ยนแปลงการคำนวณภาษี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรายการอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ การเพิ่มหรือลดทุนจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ถือหุ้น (ผู้มีอำนาจลงนาม) หรือการหยุดกิจการชั่วคราว (มีกำหนดระยะเวลาภายใน 1 ปี) ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น ภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยกรอกแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบภ.พ.09 พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้&amp;#160; &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) จำนวน 4 ฉบับ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ฉบับจริงพร้อมภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (3)&amp;#160;&amp;#160; สำเนาแบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเดิม (ภ.พ.01) หรือสำเนาแบบคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงรายการ(ภ.พ.09) ครั้งสุดท้าย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (4)&amp;#160;&amp;#160; บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรพร้อมภาพถ่ายบัตรดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (5)&amp;#160;&amp;#160; หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (6)&amp;#160;&amp;#160; หนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล (กรณีเป็นบุคคลธรรมดา) พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (7)&amp;#160;&amp;#160; บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (8)&amp;#160;&amp;#160; กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 10 บาท บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมภาพถ่ายบัตรดังกล่าว โดยผู้รับมอบอำนาจอำนาจต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (9)&amp;#160;&amp;#160; กรณีหยุดกิจการชั่วคราว ต้องมีหนังสือจากผู้ประกอบการชี้แจงเหตุผลในการหยุดกิจการ พร้อมประทับตรานิติบุคคลและลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="10"&gt;&lt;/a&gt;กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.&amp;#160;&amp;#160; การขายสินค้าหรือให้บริการของผู้ประกอบการที่มีรายรับไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.&amp;#160;&amp;#160; การขายพืชผลทางการเกษตรภายในราชอาณาจักร เช่น ข้าว ข้าวโพด ปอ มันสำปะหลัง ผักและผลไม้ เป็นต้น (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.28/2535ฯ) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3.&amp;#160;&amp;#160; การขายสัตว์ทั้งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตภายในราชอาณาจักร เช่น โค กระบือ ไก่หรือเนื้อสัตว์ กุ้ง ปลา เป็นต้น (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.29/2535ฯ) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4.&amp;#160;&amp;#160; การขายปุ๋ย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 5.&amp;#160;&amp;#160; การขายปลาป่น อาหารสัตว์ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 6.&amp;#160;&amp;#160; การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ เพื่อบำรุงรักษาป้องกัน ทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 7.&amp;#160;&amp;#160; การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ** ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการตาม 1. ถึง 7. ดังกล่าว จะเลือกเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 8.&amp;#160;&amp;#160; การนำเข้าสินค้าตาม 2. ถึง 7. &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 9.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 10.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศ อย่างไรก็ดี หากเป็นการให้บริการขนส่งโดยอากาศยาน และการให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อ ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 11.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศทางบกและทางเรือซึ่งมิใช่เรือเดินทะเล &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 12.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลทางราชการและเอกชน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 13.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 14.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 15.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 16.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 17.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรม ในสาขาและลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 18.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการวิจัย หรือการให้บริการทางวิชาการ ซึ่งต้องมีลักษณะการประกอบกิจการตามที่กรมสรรพากรกำหนด คือ ต้องเป็นการวิจัยหรือบริการทางวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์และสาขาสังคมศาสตร์ แต่ต้องมิใช่เป็นการกระทำในทางธุรกิจ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือมูลนิธิ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 19.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 20.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 21.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ไม่รวมถึงบริการที่เป็นการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นการหารายได้ หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไม่ก็ตาม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 22.&amp;#160;&amp;#160; การขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งส่งรายรับทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 23.&amp;#160;&amp;#160; การขายสินค้าหรือการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการสาธารณกุศลภายในประเทศ ซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 24.&amp;#160;&amp;#160; การบริจาคสินค้าให้แก่สถานพยาบาล และสถานศึกษาของทางราชการ หรือให้แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือสถานพยาบาลและสถานศึกษาอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 25.&amp;#160;&amp;#160; การขายบุหรี่ซิกาแรต ที่ผลิตโดยโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ซึ่งผู้ขายเป็นบุคคลอื่นที่มิใช่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 26.&amp;#160;&amp;#160; การขายสลากกินแบ่งของรัฐบาล สลากออมสินของรัฐบาล และสลากบำรุงสภา-กาชาดไทย &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 27.&amp;#160;&amp;#160; การขายแสตมป์ไปรษณีย์ แสตมป์อากร หรือแสตมป์อื่นของรัฐบาล องค์การของรัฐบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น เฉพาะที่ยังไม่ได้ใช้ในราคาที่ไม่เกินมูลค่าที่ตราไว้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 28.&amp;#160;&amp;#160; การให้บริการสีข้าว&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="11"&gt;&lt;/a&gt;การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;1.&amp;#160;&amp;#160; ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10 (ปัจจุบัน อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มลดลงเหลืออัตราร้อยละ 7.0 ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 407) พ.ศ. 2545 มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2548) หรือผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 โดยคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ประกอบการดังกล่าวจะประกอบการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองมรดก บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล องค์การของรัฐบาล หรือนิติบุคคลในรูปแบบใดก็ตาม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;2.&amp;#160;&amp;#160; แบบแสดงรายการที่ใช้&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; แบบ ภ.พ. 30&amp;#160; ใช้สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี กรณีเดือนภาษีใดมีจำนวนภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ผู้ประกอบการจะได้รับคืนภาษี และสามารถใช้แบบ ภ.พ. 30 นี้เป็นคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; แบบใบขนสินค้าขาเข้า&amp;#160;&amp;#160; ใช้สำหรับผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เป็นผู้นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือไม่ใช้สำหรับผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เป็นผู้นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือไม่ก็ตาม ผู้นำเข้าต้องชำระภาษีพร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (3)&amp;#160;&amp;#160; แบบ ภ.พ.36&amp;#160; ใช้สำหรับผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีดังต่อไปนี้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (ก)&amp;#160;&amp;#160; ผู้จ่ายเงินที่จ่ายค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; -&amp;#160; ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว หรือ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; -&amp;#160; ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (ข)&amp;#160;&amp;#160; ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วในอัตราร้อยละ 0 ได้แก่ การรับโอนสินค้าหรือรับโอนสิทธิในบริการ ที่ได้มีการขายหรือให้บริการกับองค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล ทั้งนี้เฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (ค)&amp;#160;&amp;#160; ผู้ทอดตลาดซึ่งขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_01.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_02.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_03.gif" width="7" height="7" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/blue_border_04.gif" width="7" height="7" /&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;&lt;img src="http://www.boi.go.th/images/spacer.gif" width="1" height="1" /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;a name="12"&gt;&lt;/a&gt;กำหนดเวลา สถานที่ยื่นแบบและการชำระภาษี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;1.&amp;#160;&amp;#160; กำหนดเวลายื่นแบบ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) เป็นรายเดือนทุกเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีการขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม โดยให้ยื่นแบบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ในกรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้แยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีเป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีรวมกัน ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่ที่สถานประกอบการอันเป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ และได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว ก็สามารถยื่นแบบรวมกันได้ตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; การนำเข้าสินค้า ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้นำเข้าต้องยื่นแบบใบขนสินค้าขาเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ณ ด่านศุลกากรที่มีการนำเข้าสินค้า &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (3)&amp;#160;&amp;#160; ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการที่ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร หรือผู้ทอดตลาดซึ่งขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องยื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 7 วันนับแต่วันที่จ่ายเงินหรือวันรับเงินจากการขายทอดตลาดแล้วแต่กรณี ปัจจุบันได้มีประกาศกระทรวงการคลังขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยให้นำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนแล้วแต่กรณี &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (4)&amp;#160;&amp;#160; กรณีผู้รับโอนสินค้า หรือผู้รับโอนสิทธิในบริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ให้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับโอน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;2.&amp;#160;&amp;#160; สถานที่ยื่นแบบ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(เขต/อำเภอ) ในท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(อำเภอ) ในท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;3.&amp;#160;&amp;#160; การชำระภาษี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1)&amp;#160;&amp;#160; ชำระเป็นเงินสด &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2)&amp;#160;&amp;#160; ชำระด้วยเช็คขีดคร่อม สั่งจ่ายแก่กรมสรรพากร โดยขีดฆ่าคำว่า ผู้ถือและหรือตามคำสั่ง &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;u&gt;หมายเหตุ&lt;/u&gt; การยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี สามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ บริการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต)&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-5901856513040266903?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/5901856513040266903/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_1107.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/5901856513040266903'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/5901856513040266903'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_1107.html' title='ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ความหมายภาษี วิธีการจดทะเบียนภาษี'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-5999987848735942459</id><published>2009-12-17T04:44:00.000-08:00</published><updated>2009-12-17T04:50:14.272-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รายชื่อบริษัทประกันภัย'/><title type='text'>รายชื่อบริษัทประกันภัย ตามที่กระทรวงพาณิชย์</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt; ตามที่กระทรวงพาณิชย์ ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย เมื่อวันที่   &lt;br /&gt;7 กรกฎาคม 2548 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เอาประกันภัยและ    &lt;br /&gt;ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยของ บริษัท พาณิชย์การประกันภัย จำกัด กรมการ    &lt;br /&gt;ประกันภัยได้รับความร่วมมือจากบริษัทประกันวินาศภัย จากเดิม 16 แห่ง เป็น 33 แห่ง กำหนด    &lt;br /&gt;แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองตามระยะเวลา    &lt;br /&gt;ประกันภัยที่เหลืออยู่ ดังนี้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;1. กรมธรรม์ประกันภัยอื่นๆ นอกจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์    &lt;br /&gt;ผู้เอาประกันภัยสามารถขอทำประกันภัยสำหรับความคุ้มครอง 1 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปีโดยบริษัทประกันภัยจะขยายระยะเวลาความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เท่ากับระยะเวลา ประกันภัยที่เหลืออยู่ตามกรมธรรม์ประกันภัยเดิมโดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม    &lt;br /&gt;2. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โดยสามารถจำแนก เป็นรายละเอียดได้ดังนี้    &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; • กรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ    &lt;br /&gt;กรมธรรม์ประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ผู้เอา    &lt;br /&gt;ประกันภัยสามารถขอทำประกันภัยสำหรับความคุ้มครอง 1 ปี และชำระเบี้ย ประกันภัย    &lt;br /&gt;1 ปี โดยบริษัทประกันภัยจะขยายระยะเวลาความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เท่ากับระยะเวลา    &lt;br /&gt;ประกันภัยที่ เหลืออยู่ตามกรมธรรม์ประกันภัยเดิม โดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม    &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; • กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ    &lt;br /&gt;กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภท ได้แก่ ประเภท 1 ประเภท 2    &lt;br /&gt;ประเภท 3 และประเภท 4 ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกทำ ประกันภัยตามที่บริษัท    &lt;br /&gt;ประกันภัยเสนอให้ความช่วยเหลือได้เป็น 2 แนวทาง คือ    &lt;br /&gt;(1) ผู้เอาประกันภัยสามารถขอทำ ประกันภัยสำ หรับความคุ้มครอง 1 ปี    &lt;br /&gt;และชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี โดยบริษัทประกันภัยจะขยายระยะเวลาความคุ้ม    &lt;br /&gt;ครองเพิ่มเติมให้เท่ากับระยะเวลาประกันภัยที่เหลืออยู่ตามกรมธรรม์ประกันภัย    &lt;br /&gt;เดิม โดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม    &lt;br /&gt;(2) ผู้เอาประกันภัยสามารถขอทำ ประกันภัยสำ หรับความคุ้มครอง 1 ปี    &lt;br /&gt;โดยบริษัทประกันภัยจะให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยเท่ากับจำนวนเบี้ยประกันภัย    &lt;br /&gt;ตามอัตราคืนเบี้ยประกันภัยที่กำหนดในพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยฯ สำหรับระยะ    &lt;br /&gt;เวลาความคุ้มครองที่เหลืออยู่ตามกรมธรรม์ประกันภัยเดิม ทั้งนี้ ส่วนลดที่จะให้    &lt;br /&gt;แก่ผู้เอาประกันภัยจะไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของเบี้ยประกันภัยเต็มปีของ    &lt;br /&gt;กรมธรรม์ประกันภัยเดิม&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองต่อไปให้ยื่นหลักฐานการขอทำ    &lt;br /&gt;ประกันภัย เช่น กรมธรรม์ประกันภัยเดิมพร้อมสำเนา สำเนาบัตรประชาชน ใบเสร็จรับเงิน    &lt;br /&gt;(ถ้ามี) และหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล) ภายในวันที่ 30    &lt;br /&gt;กันยายน 2548 โดยนำหลักฐานไปติดต่อกับบริษัทประกันภัยหรือสาขาของบริษัท    &lt;br /&gt;ประกันภัยบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ดังรายชื่อต่อไปนี้    &lt;br /&gt;1. บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;2. บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด    &lt;br /&gt;3. บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;4. บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;5. บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;6. บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;7. บริษัท ไทยสมุทรประกันภัย จำกัด8. บริษัท ไทยเจริญประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;9. บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;10. บริษัท ไทยพัฒนาประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;11. บริษัท ธนชาติประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;12. บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;13. บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;14. บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;15. บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;16. บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;17. บริษัท ประกันภัยศรีเมือง จำกัด    &lt;br /&gt;18. บริษัท พระนครธนบุรีประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;19. บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;20. บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ จำกัด    &lt;br /&gt;21. บริษัท โรยัลแอนด์ซันอัลลายแอนซ์ ประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;22. บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;23. บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;24. บริษัท สามัคคีประกันภัยจำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;25. บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)    &lt;br /&gt;26.บริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;27.บริษัท สหวัฒนาประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;28. บริษัท อวีว่า ประกันภัย (ไทย) จำกัด    &lt;br /&gt;29. บริษัท อาคเนย์ประกันภัย (2000 )จำกัด    &lt;br /&gt;31. บริษัท เอราวัณประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;32. บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด    &lt;br /&gt;33. บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;/p&gt; &lt;a href="http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/Syoo_UQyKiI/AAAAAAAAAbU/hFIRwyY0ISw/s1600-h/Image.jpg"&gt;&lt;img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: inline; border-top: 0px; border-right: 0px" title="รายชื่อบริษัทประกันภัย" border="0" alt="รายชื่อบริษัทประกันภัย" src="http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/SyopBMAzvjI/AAAAAAAAAbY/6n3LyZtA7wU/Image.jpg?imgmax=800" width="587" height="666" /&gt;&lt;/a&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-5999987848735942459?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/5999987848735942459/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_1649.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/5999987848735942459'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/5999987848735942459'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_1649.html' title='รายชื่อบริษัทประกันภัย ตามที่กระทรวงพาณิชย์'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://lh6.ggpht.com/_LpW0LA3w9b4/SyopBMAzvjI/AAAAAAAAAbY/6n3LyZtA7wU/s72-c/Image.jpg?imgmax=800' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-6599071777928787535</id><published>2009-12-17T04:36:00.000-08:00</published><updated>2009-12-17T04:37:47.320-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การขอรับใบอนุญาตขับขี่'/><title type='text'>การขอรับใบอนุญาตขับขี่</title><content type='html'>&lt;h5 align="center"&gt;&lt;font size="5"&gt;การขอรับใบอนุญาตขับขี่&lt;/font&gt;&lt;/h5&gt;  &lt;h5&gt;&lt;u&gt;&lt;/u&gt;&lt;/h5&gt;  &lt;h5&gt;&lt;u&gt;คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่&lt;/u&gt;&lt;/h5&gt;  &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ต้องเป็นบุคคลที่ อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ต้องการขอมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ต้องเป็นบุคคลที่ อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ต้องการขอมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ต้องไม่มีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ต้องไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึด หรือ เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถ &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt; &lt;/ul&gt; &lt;dl&gt;&lt;dt&gt;&lt;u&gt;หมายเหตุ &lt;/u&gt;สำหรับผู้ที่มีร่างกายพิการ ดังต่อไปนี้ เมื่อต้องการมีใบอนุญาตขับขี่ รถยนต์ จักรยานยนต์ ต้องขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ขนส่งฯ ก่อน จึงจะทำได้ &lt;/dt&gt;&lt;/dl&gt;  &lt;ol&gt;   &lt;li&gt;     &lt;p&gt;แขนขาดข้างเดียว &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ขาขาดข้างเดียว &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ตาบอดข้างเดียว &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ลำตัวพิการ &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;หูหนวก &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt; &lt;/ol&gt;  &lt;h5&gt;&lt;u&gt;หลักฐานประกอบคำขอเพื่อการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่&lt;/u&gt;&lt;/h5&gt;  &lt;ol&gt;   &lt;li&gt;     &lt;p&gt;สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมตัวจริง&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมตัวจริง &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านพร้อมตัวจริง&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ภาพถ่ายหลักฐานการขออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (ใบสำคัญคนต่างด้าว) เป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และหลักฐานแสดงถิ่นที่อยู่ &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอ ไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถไม่เกิน 1 เดือน&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;รูปถ่ายครึ่งตัวหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นดำ เว้นแต่บุคคลซึ่งจำเป็นต้องสวมหมวก หรือโพกผ้าตามลัทธิศาสนาของตน ขนาด 3 X 4 เซนติเมตร(1 นิ้ว) จำนวน 2 รูป ซึ่งถ่ายก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 6 เดือน &lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;แบบคำขอรับใบอนุญาตขับรถ ของกรมการขนส่งทางบก        &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หลักฐานประกอบคำขอ&lt;/strong&gt;        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ พร้อมด้วยภาพถ่าย        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; กรณีผู้ขอเป็นคนต่างชาติ (ไม่มีสัญชาติไทย) ต้องยื่นเอกสารหลักฐาน ดังนี้        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - หนังสือเดินทาง (PASSPORT) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ฉบับจริง พร้อมภาพถ่าย และ        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - วีซ่าชนิด NON - IMMIGRANT VISA&amp;#160; ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ฉบับจริง พร้อมภาพถ่าย และ        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว (WORK PERMIT) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ฉบับจริง พร้อมภาพถ่าย&amp;#160; หรือหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักรที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศออกให้ แต่ต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 ปี         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; กรณีผู้ขอเป็นคนต่างด้าว (ไม่มีสัญชาติไทย) ต้องยื่นเอกสารหลักฐาน ดังนี้        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (ALIAN BOOK) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ฉบับจริง พร้อมภาพถ่าย และ        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - วีซ่าชนิด NON - QUOTA IMMIGRANT VISA ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ฉบับจริง พร้อมภาพถ่าย และ        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือ ทะเบียนบ้าน ฉบับจริง พร้อมภาพถ่าย         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2. ภาพถ่ายหรือสำเนาทะเบียนบ้าน         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3. ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่ต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4. รูปถ่าย ขนาด 3 x 4 ซ.ม. (1 นิ้ว)&amp;#160; ซึ่งถ่ายก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป&lt;strong&gt; (ถ้าขอเป็นใบอนุญาตขับรถรูปแบบใหม่ ไม่ต้องนำรูปถ่ายมา)&lt;/strong&gt;        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถมีใบอนุญาตขับรถดังต่อไปนี้ ให้นำมาด้วย พร้อมภาพถ่าย เพื่อจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นการทดสอบบางประการ ดังนี้         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งยังไม่สิ้นอายุ พร้อมด้วยภาพถ่าย         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบอนุญาตพิเศษให้ขับรถยนตร์ทหารตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ทหาร ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ พร้อมด้วยภาพถ่าย         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ พร้อมด้วยภาพถ่าย         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; - ใบอนุญาตขับรถของรถประเภทเดียวกันกับที่ขอรับใบอนุญาตซึ่งรัฐบาลของประเทศอื่นออกให ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ พร้อมด้วยภาพถ่าย&amp;#160;&amp;#160; ในกรณีใบอนุญาตขับรถมิได้มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ให้สถานทูตแห่งประเทศผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถแปลหรือจัดทำเอกสารรับรองใบอนุญาตขับรถเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ภาษาใดภาษาหนึ่ง หรือทั้งสองภาษารวมกัน&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt; &lt;/ol&gt;  &lt;h5&gt;&lt;u&gt;ขั้นตอนการยื่นหลักฐาน และการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่&lt;/u&gt;&lt;/h5&gt;  &lt;ol&gt;   &lt;li&gt;ยื่นหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ (เพื่อความเรียบร้อยและรวดเร็วกรุณาตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นต่อเจ้าหน้าที่) &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;กำหนดให้อ่านกฎจราจรก่อนอย่างน้อย 20 นาที&lt;/p&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;การสอบภาคทฤษฎี&lt;/p&gt;      &lt;ul&gt;       &lt;p&gt;ป้ายและเครื่องหมายจราจร         &lt;br /&gt;ทำข้อสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์          &lt;br /&gt;ทำข้อสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์&lt;/p&gt;     &lt;/ul&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;&lt;b&gt;สอบภาคปฎิบัติ&lt;/b&gt; มีทั้งหมด 7 ท่า ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;      &lt;ol&gt;       &lt;li&gt;         &lt;p&gt;ขับรถเดินหน้า และขับรถเทียบทางเท้า &lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;        &lt;li&gt;         &lt;p&gt;ขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง &lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;        &lt;li&gt;         &lt;p&gt;การขับรถถอยหลังเข้าจอด &lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;        &lt;li&gt;         &lt;p&gt;การกลับรถ &lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;        &lt;li&gt;         &lt;p&gt;การหยุดรถบนทางราบ &lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;        &lt;li&gt;         &lt;p&gt;การหยุดรถ และออกรถบนทางลาดชัน &lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;        &lt;li&gt;         &lt;p&gt;การขับรถโดยปฎิบัติตามเครื่องหมายจราจร           &lt;br /&gt;&lt;u&gt;หมายเหตุ&lt;/u&gt;            &lt;br /&gt;&lt;u&gt;รถจักรยานยนต์&lt;/u&gt; กำหนดให้ทดสอบภาคปฎิบัติในท่าที่ 7 และต้องให้ปฎิบัติตามเครื่องหมายจราจรไม่น้อยกว่า 3 เครื่องหมาย โดยให้สัญญาณมือและแขน            &lt;br /&gt;&lt;u&gt;ส่วนรถยนต์&lt;/u&gt; ท่าที่ 1 เป็นท่าบังคับ นอกนั้นในแต่ละจังหวัด ให้กำหนดตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;       &lt;/li&gt;     &lt;/ol&gt;   &lt;/li&gt;    &lt;li&gt;     &lt;p&gt;&lt;b&gt;ชำระค่าธรรมเนียม &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;      &lt;ul&gt;       &lt;p&gt;รถจักรยานยนต์ 55 บาท         &lt;br /&gt;รถยนต์ 105 บาท          &lt;br /&gt;&lt;u&gt;หมายเหตุ&lt;/u&gt; เมื่อผ่านการสอบหมดแล้วทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;     &lt;/ul&gt;   &lt;/li&gt; &lt;/ol&gt;  &lt;ul&gt;   &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font color="#c0c0c0"&gt;ข้อมูล zabzaa.com&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/ul&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-6599071777928787535?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/6599071777928787535/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_17.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/6599071777928787535'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/6599071777928787535'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post_17.html' title='การขอรับใบอนุญาตขับขี่'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4178967633801067024</id><published>2009-12-17T01:24:00.000-08:00</published><updated>2009-12-17T01:25:42.467-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าลดหย่อนภาษี'/><title type='text'>การหัก ค่าลดหย่อนภาษี</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ค่าลดหย่อนภาษี&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;strong&gt;การหักลดหย่อน &lt;/strong&gt;หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160; &lt;br /&gt;&lt;b&gt;1. การหักลดหย่อนในกรณีทั่วไป&lt;/b&gt;        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;1.1 ผู้มีเงินได้ 30,000 บาท&lt;/b&gt; (ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน หรือไม่ก็ตาม)        &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.2&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;strong&gt; สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท          &lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่มีสิทธิหักลดหย่อน จะต้องเป็นสามีหรือภริยาชอบด้วยกฎหมาย การสมรส ไม่ครบปีภาษีก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ เช่น จดทะเบียนสมรสระหว่างปีภาษี หรือตายในระหว่างปีภาษี ก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ที่จะนำมาหักลดหย่อนจะต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินหรือมีแต่ไม่ได้แยกคำนวณภาษี ตัวอย่าง สามีภริยาแต่งงานครบปีภาษีและต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ประเภทที่ 1 กรณีดังกล่าว ภริยาสามารถแยกคำนวณภาษีต่างหากจากสามีได้โดยชอบ ทั้งสามีภริยาจึงไม่มีสิทธินำคู่สมรสมาหักลดหย่อนได้ แต่หากภริยามีเงินได้ประเภทอื่น (2-8) ให้สามีนำเงินได้ของภริยามารวมคำนวณและมีสิทธินำคู่สมรสมาหัก ลดหย่อนได้        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;1.3 การหักลดหย่อนบุตร ให้หักสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย&lt;/b&gt; หรือบุตรบุญธรรมของผู้มี เงินได้ รวมทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ด้วย&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; โดยมีเงื่อนไขว่าบุตรที่เกิด &lt;b&gt;ก่อนหรือ ในพ.ศ.2522 &lt;/b&gt;หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรม ก่อน พ.ศ. 2522&lt;b&gt; คนละ 15,000 บาท &lt;/b&gt;บุตรที่&lt;b&gt;เกิด หลัง พ.ศ.2522 &lt;/b&gt;หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมในหรือหลัง พ.ศ. 2522 &lt;b&gt;คนละ 15,000 บาท&lt;/b&gt; แต่รวมกันต้องไม่เกิน 3 คน        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; การนับจำนวนบุตรให้นับเฉพาะ บุตรที่มีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของบุตร โดยให้นับรวมทั้งบุตร ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการหักลดหย่อนด้วย        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้หักได้เฉพาะบุตรซึ่งมี&lt;b&gt;อายุไม่เกิน 25 ปี &lt;/b&gt;และ&lt;b&gt;ยังศึกษาอยู่ ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษาเฉพาะภายในประเทศให้ลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ 2,000 บาท&lt;/b&gt; หรือเป็น ผู้เยาว์ หรือศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู แต่มิให้ หักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าวที่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป โดยเงินได้ ดังกล่าวต้องไม่ใช่เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 ให้ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; การหักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าว ให้หักได้ &lt;b&gt;ตลอดปีภาษี &lt;/b&gt;ไม่ว่ากรณีจะหักได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ และในกรณีบุตรบุญธรรมนั้นให้หักลดหย่อนในฐานะบุตรบุญธรรมได้ในฐานะเดียว        &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;strong&gt;1.4 เบี้ยประกันภัย &lt;/strong&gt; ที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง &lt;strong&gt;โดยส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 90,000 บาท&lt;/strong&gt; ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมี&lt;strong&gt;กำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป&lt;/strong&gt; และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร        &lt;br /&gt;ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิตและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยานั้นตามเกณฑ์ข้างต้น         &lt;br /&gt; การฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ก็อยู่ในข่ายที่จะขอหักลดหย่อนตามเกณฑ์นี้ได้ด้วย&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;1.5 เงินสะสม&lt;/b&gt; ที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง &lt;strong&gt;แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท&lt;/strong&gt; เป็นเงินที่ได้รับยกเว้นภาษี โดยนำจำนวนเงินส่วนที่เกินดังกล่าวหักจากเงินได้พึงประเมิน ก่อนหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 490,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หักได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุน กบข. (ถ้ามี) &lt;strong&gt;แล้วไม่เกิน 500,000 บาท &lt;/strong&gt;โดยต้องจ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;1.6 ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม&lt;/b&gt; จากการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริงแต่&lt;strong&gt;ไม่เกิน 100,000 บาท&lt;/strong&gt; ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 เป็นต้นไป โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการดังนี้        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (1) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมจากผู้ประกอบกิจการในราชอาณาจักรเฉพาะที่กำหนดไว้ ได้แก่ ธนาคาร บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ นายจ้างซึ่งมีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนที่จัดสรรไว้เพื่อสวัสดิการแก่ลูกจ้าง บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่เขารับช่วงสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้แทนกองทุนรวมดังกล่าว กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (2) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้ออาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือเพื่อสร้างอาคารใช้อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองหรือบนที่ดินที่ตนเองมีสิทธิครอบครอง        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (3) ต้องจำนองอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด หรืออาคารพร้อมที่ดิน เป็นประกันการกู้ยืมเงินนั้น โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาการกู้ยืม        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (4) ต้องใช้อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม(3)นั้นเป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ไม่รวมถึงกรณีลูกจ้าง ซึ่งถูกนายจ้างสั่งให้ไปปฏิบัติงานของนายจ้าง ณ ต่างถิ่นเป็นประจำหรือกรณีอาคารหรือห้องชุดดังกล่าวเกิดอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ หรือภัยอันเกิดจากเหตุอื่น ทั้งนี้ เฉพาะที่มิใช่ความผิดของผู้มีเงินได้จนไม่อาจใช้อาคารหรือห้องชุดนั้นอยู่อาศัยได้        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (5) กรณีผู้มีเงินได้มีอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3) เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ขอหักลดหย่อนเกินกว่า 1 แห่ง ให้หักลดหย่อนได้ทุกแห่ง สำหรับอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3)        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (6) ให้หักลดหย่อนได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะหักลดหย่อนได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (7) กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืม ให้หักลดหย่อนได้ทุกคนโดยเฉลี่ยค่าลดหย่อนตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริง และไม่เกิน 100,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (8) กรณีสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมโดยสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียวให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (9) กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิหักลดหย่อนอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้สมรสกัน ให้ยังคงหักลดหย่อนได้ดังนี้        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (ก) ถ้าความเป็นสามีภริยา &lt;strong&gt;มิได้มีอยู่ตลอดปีภาษ&lt;/strong&gt;ีที่ขอหักลดหย่อน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (ข) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้ &lt;strong&gt;มีอยู่ตลอดปีภาษ&lt;/strong&gt;ีที่ขอหักลดหย่อน และสามีภริยายื่นรายการโดยรวมคำนวณภาษี ให้หักลดหย่อนรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (ค) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้ &lt;strong&gt;มีอยู่ตลอดปีภาษ&lt;/strong&gt;ีที่ขอหักลดหย่อน และภริยายื่นรายการโดยแยกคำนวณภาษี ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท        &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; (10) กรณีมีการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้เงินกู้ยืมระหว่างผู้ให้กู้ตาม (1) ให้ยังคงหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมดังกล่าวข้างต้น ให้หมายความรวมถึง ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย หรือห้องชุดด้วย ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้ส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระนั้น         &lt;br /&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; ผู้มีเงินได้ต้องมีหนังสือรับรองตามแบบที่อธิบดีกำหนด จากผู้ให้ให้กู้ยืม เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการดังกล่าวนั้นด้วย&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;1.7 เงินสมทบ&lt;/b&gt; ที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคมตามจำนวนที่จ่ายจริง ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ข้างต้นและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วย สำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าวตามเกณฑ์ข้างต้น        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;1.8 ค่าลดหย่อนบิดามารดา &lt;/b&gt;กรณีผู้มีเงินได้และคู่สมรสที่มีเงินได้รวมคำนวณภาษี หรือคู่สมรสไม่มีเงินได้ &lt;strong&gt;อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป &lt;/strong&gt;ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้และ คู่สมรสมีสิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ 30,000 บาท ทั้งนี้ บิดาหรือมารดาของผู้มีเงินได้หรือคู่สมรส จะต้อง&lt;strong&gt;ออกหนังสือรับรองว่าบุตรคนใดคนหนึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเพียงคนเดียว&lt;/strong&gt;        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;1.9 เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา&amp;#160; &lt;/b&gt;ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา &lt;strong&gt;มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ &lt;/strong&gt;แล้ว        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;1.10 เงินบริจาค&amp;#160; &lt;/b&gt;เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับ &lt;b&gt;เงินบริจาค &lt;/b&gt;เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้ เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;strong&gt;การบริจาค &lt;/strong&gt;ได้แก่          &lt;br /&gt;(1) การบริจาคเงินให้แก่วัดวาอาราม สภากาชาดไทย สถานพยาบาล และสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน สถานสาธารณกุศล และกองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการ &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/29157.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(ต้องเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;      &lt;br /&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(2) การบริจาคเงินให้แก่คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา       &lt;br /&gt;(3) การบริจาคเงินให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในโครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองพระชนมายุครบ 90 พรรษา        &lt;br /&gt;(4) การบริจาคเงินให้แก่กองทัพอากาศในโครงการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริฯ        &lt;br /&gt;(5) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา        &lt;br /&gt;(6) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50        &lt;br /&gt;(7) การบริจาคเงินให้แก่โครงการอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา        &lt;br /&gt;(8) การบริจาคเงินให้แก่โครงการสืบสานพระราชปณิธาน “กาญจนาภิเษก”        &lt;br /&gt;(9) การบริจาคเงินให้แก่โครงการร้อยใจช่วยเยาวชนไทยในภาวะวิกฤต        &lt;br /&gt;(10) การบริจาคเงินให้แก่โครงการโพธิ์ทองของชาวไทย        &lt;br /&gt;(11) การบริจาคเงินให้แก่โครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนม์มายุ 72 พรรษา        &lt;br /&gt;(12) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการที่จัดขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี        &lt;br /&gt;(13) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ        &lt;br /&gt;(14) การบริจารเงินเพื่อการกีฬา ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการเพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาสมัครเล่น        &lt;br /&gt;(15) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมาชาติอื่น        &lt;br /&gt;(16) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากธรณีพิบัติภัย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;2. การหักลดหย่อนในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ &lt;/b&gt;ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ 60,000 บาท แต่ถ้าความเป็นสามีหรือภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี หรือภริยาแยกคำนวณเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ต่างหากจากสามี ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท และสำหรับการหักลดหย่อนบุตรและค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้อื่น ๆ ให้ต่างฝ่ายต่างหักได้กึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณีเฉพาะในปีภาษีนั้น        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย &lt;/b&gt;การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ บุตร และการศึกษาของบุตรของผู้มีเงินได้        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;4. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี &lt;/b&gt;ให้หักลดหย่อนได้เสมือนผู้ตายมีชีวิตอยู่ตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;5. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง &lt;/b&gt;ให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้30,000 บาท        &lt;br /&gt;&lt;b&gt;6. การหักลดหย่อนในกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล &lt;/b&gt;ให้หัก ลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนที่อยู่ในประเทศไทยคนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;สารพันปัญหา &amp;quot;ค่าลดหย่อน&amp;quot;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง&lt;/b&gt; &lt;b&gt;:&lt;/b&gt; การหักลดหย่อน กรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; คู่สมรสได้ลาออกจากงานแล้วจะขอหักลดหย่อนคู่สมรสในปีถัดจากปีที่ลาออกได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&lt;/b&gt; &lt;b&gt;:&lt;/b&gt; หากคู่สมรสไม่มีเงินได้ในปีภาษีที่ยื่นแบบฯสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt;&amp;#160; การหักลดหย่อนคู่สมรส บุตรและบุพการีที่อยู่ต่างประเทศ ของผู้มีเงินได้ชาวต่างชาติซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศ&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; : &lt;/b&gt;&amp;#160;&amp;#160; ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานบริษัทในไทยเกิน 180 วัน มีเงินได้ประเภท&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;เงินเดือน ภริยา บุตร บุพการี อยู่ต่างประเทศไม่มีเงินได้ บุตรเรียนหนังสือที่ต่างประเทศและบุพการีอายุเกิน 60 ปี มีสิทธิหักลดหย่อนภริยา บุตร และบุพการี ได้เท่าใด&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยเกิน 180 วัน ถือว่าผู้มีเงินได้เป็น&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ผู้อยู่ในไทย สามารถหักลดหย่อนภริยาได้ ไม่ว่าภริยาจะอยู่ในไทยหรืออยู่ต่างประเทศและสามารถหักลดหย่อนบุตรได้ ไม่ว่าบุตรจะอยู่ในไทยหรืออยู่ต่างประเทศแต่หากบุตรศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศให้หักลดหย่อนเสมือนบุตรที่มิได้ศึกษา ทั้งนี้ ตาม&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;มาตรา 47(1)(ข) และ (ค) แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; สำหรับการหักลดหย่อนบิดามารดาของผู้มีเงินได้ชาวต่างชาติจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตาม&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/23368.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 136) &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;โดยบิดามารดาจะต้องมีเลขประจำตัวประชาชน ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ประกอบแบบหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/7068.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(แบบ ล.ย.03)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; ด้วย หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก็ไม่สามารถหักลดหย่อนบิดามารดาได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; สามีไม่มีเงินได้ภริยานำไปหักลดหย่อนได้&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; : &lt;/b&gt;ภริยามีเงินได้ แต่สามีไม่มีเงินได้ หักลดหย่อนอย่างไร และแจ้งว่ารวมหรือแยกยื่น&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; : &lt;/b&gt;&amp;#160;&amp;#160; ภริยาหักลดหย่อนฐานะผู้มีเงินได้ 30,000 บาทและหักลดหย่อนสามีได้อีก 30,000 บาทรวมเป็น 60,000 บาทและในการยื่นแบบให้แจ้งสถานะคู่สมรสไม่มีเงินได้&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; การหักลดหย่อนบุตร กรณีมีบุตร 4 คน และบุตรคนแรกเสียชีวิต&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; มีบุตร 4 คน เกิดหลัง พ.ศ. 2522 คนแรกตาย นำบุตรคนที่ 4 มาหักลดหย่อนได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; หักได้ หากบุตรคนที่ 4 เป็นบุตรที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ได้รับการหักลดหย่อนเพราะการนับจำนวนบุตรให้นับเฉพาะบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่ตาม &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;มาตรา 47(1)(ค) แห่ง&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt;&amp;#160; การหักลดหย่อนบุตร กรณีหย่าระหว่างปีภาษี&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; สามีภริยามีบุตร 2 คน กำลังศึกษาอยู่ ในระหว่างปีภาษีจดทะเบียนหย่าโดยมีข้อตกลงระบุให้บุตรอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสามี แต่ในทางปฏิบัติภริยายังคงส่งค่าอุปการะเลี้ยงดูจะหักลดหย่อนบุตรอย่างไร&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160; &lt;/b&gt;1.&amp;#160; ในปีที่หย่าถือว่าสามีภริยาอยู่ด้วยกันไม่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนบุตรคนละกึ่งหนึ่ง &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามมาตรา 47(2) แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.&amp;#160;&amp;#160; ปีถัดไปสามีภริยาต่างฝ่ายต่างอุปการะเลี้ยงดูบุตรให้หักลดหย่อนบุตร ได้ฝ่ายละเต็มจำนวน ตาม&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;มาตรา&amp;#160; 47(1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; บุตรมีเงินได้เกิน 15,000 บาทหักลดหย่อนไม่ได้&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; บุตรอายุ 18 ปี เปิดร้านขายของเป็นกิจการของตนเอง&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;มีเงินได้ต่อปีงบประมาณ 200,000 บาท ยื่นแบบในนามตนเองแล้ว บิดาสามารถนำบุตรมาหักค่าลดหย่อนได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; หักค่าลดหย่อนบุตรไม่ได้ เนื่องจากบุตรมีเงินได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามมาตรา 47 (1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง : &lt;/b&gt;การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต กรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตของบุตรและบิดามารดา&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;ผู้มีเงินได้ทำประกันชีวิตให้บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะและบิดาสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตดังกล่าวมาหักลดหย่อนได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; เบี้ยประกันชีวิตของบุตรและบิดา ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้เนื่องจาก ตาม&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;มาตรา 47(1)(ง)แห่งประมวลรัษฎากร &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;กำหนดให้หักลดหย่อนเบี้ยประกันที่ผู้มีเงินได้ได้จ่ายไปสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้เท่านั้น&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง : &lt;/b&gt;การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต กรณีการประกันชีวิตที่มีสัญญาประกันสุขภาพและสัญญาประกันอุบัติเหตุแนบท้าย&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160; &lt;/b&gt;&amp;#160; กรณีการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตซึ่งมีสัญญาประกันสุขภาพและสัญญาประกันอุบัติเหตุแนบท้าย จะนำค่าเบี้ยประกันทั้งจำนวนมาหักลดหย่อนได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;กรณีจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ตาม&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;มาตรา 47(1)(ง)แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; และได้รับยกเว้นเงินได้ตามที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามข้อ 2(61) ของ&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/2502.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;กฎกระทรวงฉบับที่ 126(พ.ศ.2509)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพ ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อน หรือได้รับยกเว้นภาษีเงินได้&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; หลักฐานการยกเว้นเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; การใช้สิทธิ์ยกเว้นเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาต้องแสดงหลักฐานอะไรบ้าง&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; ผู้มีเงินได้ต้องมีใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย โดยต้องมีข้อความอย่างน้อย ตามข้อ 3 ของ&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33301.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ประกาศอธิบดีฯ &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33301.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; ดังนี้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.&amp;#160; ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.&amp;#160; ชื่อ และ นามสกุลของผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย (ทุกคน)&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 3.&amp;#160; ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้เอาประกันภัย&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 4.&amp;#160; จำนวนเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพตามข้อ 2&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 5.&amp;#160; จำนวนเงินที่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; การลดหย่อนและยกเว้นเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีทั้งลดหย่อนและได้รับการยกเว้น หมายความว่าอย่างไร&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;blockquote&gt;     &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ส่วนแรก &lt;/b&gt;สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามมาตรา 47(ช) แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;      &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่สอง &lt;/b&gt;สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 290,000 บาท &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;      &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ยังสามารถนำไปเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นได้อีก ตามข้อ 2(35) ของ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;      &lt;p&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/2502.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;   &lt;/blockquote&gt;    &lt;blockquote&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/blockquote&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; การหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ กรณีหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมมีชื่อผู้กู้ร่วม 2 คน&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมมีชื่อผู้กู้ร่วม 2 คน จะหักลดหย่อนอย่างไร&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160; &lt;/b&gt;&amp;#160; กรณีผู้มีเงินได้ 2 คนร่วมกันกู้ยืมเงิน ให้หักลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้ได้คนละกึ่งหนึ่ง แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จ่าย&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 ตาม&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/37083.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;กฎกระทรวง ฉบับที่ 264 (พ.ศ.2550)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; ประกอบกับ ประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีเงินได้ &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33976.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(ฉบับที่ 165)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;, &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33975.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(ฉบับที่ 166)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;, &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33971.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(ฉบับที่ 167)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง : &lt;/b&gt;ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยกรณีไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;บุคคลธรรมดา 3 คนร่วมกันกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านเป็นที่อยู่อาศัย โดย 1 ใน 3 คน ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน สิ้นปีธนาคารออกหนังสือรับรองการจ่ายดอกเบี้ยฯ ของผู้กู้ทั้ง 3 คน คนที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านสามารถหักลดหย่อนดอกเบี้ย&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;เงินกู้ยืมฯ ได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อบ้านที่อยู่อาศัยหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 โดยไม่ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2544 เป็นต้นไป ทั้งนี้กรมสรรพากรได้ยกเลิกหลักเกณฑ์การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรของผู้มีเงินได้ &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/3123.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 86)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/2913.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(ฉบับที่ 101)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; และ &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33975.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(ฉบับที่ 166&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/33975.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง : &lt;/b&gt;การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา กรณีบิดาได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนมารดาในฐานะคู่สมรส&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160; &lt;/b&gt;กรณีสามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีได้นำภริยามาหักลดหย่อนในฐานะคู่สมรสและฐานะมารดาของผู้มีเงินได้ ใช่หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt; บุตรมีเงินได้ สามารถนำมารดามาหักค่าลดหย่อนในฐานะบุพการีได้อีก 30,000 บาท &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามมาตรา 47(1)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/23368.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 136)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา กรณีบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; : &lt;/b&gt; กรณีบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว บุตรสามารถนำมาหักลดหย่อนคนละ 30,000 บาท ได้หรือไม่ ถ้าได้จะใช้หนังสือทะเบียนต่างด้าวใช่หรือไม่ เพราะคนต่างด้าวไม่มีบัตรประชาชน&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt; การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดาหรือมารดาที่เป็นคนต่างด้าว หากเข้าหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/23368.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 136)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt; และได้ขอมีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรประกอบแบบหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/7068.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;(แบบ ล.ย.03)&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160; ใช้เป็นหลักฐานประกอบ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;การหักลดหย่อนได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา กรณีบิดามารดาตายในระหว่างปีภาษี&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt; กรณีบิดามารดาถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี(เช่น ตายในเดือนกันยายน 2549) หรือก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 บุตรจะใช้สิทธิหักลดหย่อนบิดามารดาได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt; กรณีบิดามารดาตายในระหว่างปีภาษี หรือก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ให้บุตรเพียงคนใดคนหนึ่งใช้สิทธิหักลดหย่อนได้โดยแนบ &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/7068.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;แบบ ล.ย.03 &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;และสำเนาใบมรณบัตร พร้อมกับการยื่นแบบฯ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; ความหมายของเงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt; ในการคำนวณภาษี (ก) ข้อ 8 ตามแบบ ภ.ง.ด.91 เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา หมายถึงอะไร&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt; เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา หมายถึง เงินที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาขององค์การรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบและเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 1.&amp;#160; จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน ที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; 2.&amp;#160; จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษาฯ โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีได้ 2 เท่า แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/21455.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) &lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/21455.0.html"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;พ.ศ.2547&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; การหักลดหย่อนเงินบริจาค กรณีใบอนุโมทนาบัตรระบุชื่อผู้จ่ายเงินและครอบครัว&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&lt;/b&gt; นาย ก. บริจาคเงินให้วัดไทย และ ได้รับใบอนุโมทนาบัตร ที่ระบุชื่อ นาย ก. และครอบครัว จะนำมาหักลดหย่อนได้หรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160; &lt;/b&gt;นาย ก. สามารถนำเงินบริจาคดังกล่าวมาหักลดหย่อนในนามของนาย ก. ได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือจากการหักลดหย่อนตามกรณีต่างๆ แล้ว &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt; หลักเกณฑ์ การหักลดหย่อนเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;รายละเอียด&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;9,000 บาท (ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม)&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; กรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนด้วยสำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าว &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata47"&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ตามมาตรา 47(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;ชื่อเรื่อง :&lt;/b&gt;&amp;#160; การหักลดหย่อน กรณีซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำถาม&amp;#160;&amp;#160; :&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; &lt;/b&gt;ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง มีสิทธินำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;blockquote&gt;   &lt;p&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;font face="AngsanaUPC"&gt;&lt;b&gt;คำตอบ&amp;#160;&amp;#160; : &lt;/b&gt; ไม่ได้ การซื้อหน่วยลงทุนที่จะได้รับสิทธินำมาหักลดหย่อน ต้องเป็นการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;เท่านั้น&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;p&gt;&lt;font size="4" face="AngsanaUPC"&gt;ที่มา : บทความจากกรมสรรพากร&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4178967633801067024?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4178967633801067024/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4178967633801067024'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4178967633801067024'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='การหัก ค่าลดหย่อนภาษี'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-6283581515550779446</id><published>2009-12-04T06:32:00.000-08:00</published><updated>2009-12-04T06:34:46.348-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฟังเพลง ลำปางหนาวมาก ต้อม วีซีดี VCD'/><title type='text'>ฟังเพลง โหลด ลำปางหนาวมาก ต้อม วีซีดี VCD ฟรี</title><content type='html'>ฟังเพลง โหลด ลำปางหนาวมาก ต้อม วีซีดี VCD ฟรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/rvy7X0PCvqw&amp;amp;rel=0&amp;amp;color1=0x-(0000000&amp;amp;color2=0x-(0000000&amp;amp;hl=en_US&amp;amp;feature=player_embedded&amp;amp;fs=1"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/rvy7X0PCvqw&amp;rel=0&amp;color1=0x-(0000000&amp;color2=0x-(0000000&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-6283581515550779446?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/6283581515550779446/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/vcd.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/6283581515550779446'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/6283581515550779446'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/12/vcd.html' title='ฟังเพลง โหลด ลำปางหนาวมาก ต้อม วีซีดี VCD ฟรี'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-519649995331143196</id><published>2009-10-24T12:55:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T13:07:11.890-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#009900;"&gt;ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5396260500486330482" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 212px; CURSOR: hand; HEIGHT: 235px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNeVab1mHI/AAAAAAAAACQ/G6Ct_ij2OMA/s320/insure.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;• การกรอกข้อความเท็จหรือปิดบังความจริงถ้าผู้เอาประกันชีวิตตายภายในระยะเวลา 1 ปี หรือ 2 ปี (ขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์) นับตั้งแต่วันทำประกันชีวิต บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตให้ เพียงแต่จะคืนเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมาแล้วทั้งหมดให้เท่านั้น สิทธิและเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันชีวิตควรทราบเพิ่มเติม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;• สิทธิการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันชีวิต ผู้เอาประกันชีวิต มีสิทธิยืดเวลาการชำระเงินจากที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ออกไปอีก 30 วัน หรือ 60 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละฉบับ และถ้าตายในช่วงระยะเวลานี้ บริษัทก็จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;• ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันชีวิตโดยเจตนา กรณีนี้บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• ผู้เอาประกันชีวิตฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาหรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับชำระมาแล้วทั้งหมดให้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;• สิทธิขอกู้เงินโดยมีกรมธรรม์เป็นประกัน จะกู้เงินจากบริษัทโดยเอากรมธรรม์เป็นประกันได้ก็ต่อเมื่อกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดแล้วเท่านั้น แต่จะกู้ได้ไม่เกินจำนวนมูลค่าเงินสดที่มีอยู่ขณะนั้น และต้องเสียดอกเบี้ยด้วย ถ้าเมื่อใดจำนวนเงินที่กู้ไปรวมกับดอกเบี้ยที่ค้างชำระมากกว่ามูลค่าเงินสดที่มีอยู่ในขณะนั้น กรมธรรม์ก็ขาดผลบังคับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;• ข้อยกเว้นการคุ้มครอง กรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ได้คุ้มครองการตายเนื่องจากภัยทุกชนิด จะมีข้อยกเว้นการตายจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ภัยสงคราม การกบฏ การปฏิวัติ รัฐประหาร การนัดหยุดงาน โดยสารเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์ขับขี่หรือเป็นพนักงานบนเครื่องบิน หรืออากาศยานใด ๆ เป็นต้น ข้อยกเว้นนี้ บางอย่างสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมโดยการชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษได้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;• ในกรณีที่ถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระ (ช่วงระยะเวลาผ่อนผัน 60 วัน) ไม่สามารถใช้สิทธิ์ FAX CLAIM ได้ ผู้เอาประกันต้องชำระเบี้ยประกันก่อนถึงจะใช้สิทธิ์ได้ สำหรับผู้เอาประกันที่ชำระเบี้ยประกันรายเดือน ต้องชำระเบี้ยทันที หรือ ติดต่อตัวแทนให้ทำหนังสือรับรองการหักบัญชีของผู้เอาประกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;• กรมธรรม์หายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำใบแจ้งความ, สำเนาบัตรประชาชน, ค่าออกเล่มกรมธรรม์ 200 บาท และหนังสือแจ้งความจำนงเพื่อขอทำเล่มกรมธรรม์ใหม่ ส่งมายังศูนย์บริการลูกค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;•&lt;span style="color:#009900;"&gt; ครบกำหนดชำระเบี้ยประกัน และเลยระยะเวลาผ่อนผัน 60 วันไปแล้ว แต่ยังไม่ชำระเบี้ยประกัน กรมธรรม์จะเป็นอย่างไร?&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;กรณีที่กรมธรรม์ไม่ถึง 2 ปี&lt;/span&gt; : กรมธรรม์จะขาดอายุ แต่ต่ออายุได้ (ไม่เกิน 5 ปี ) แต่ต้องชำระค่า ธรรมเนียม 8 %&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;กรณีที่กรมธรรม์ครบ 2 ปี&lt;/span&gt; : บริษัทฯ จะกู้อัตโนมัติชำระให้ โดยกู้จากมูลค่าเวนคืนเงินสด อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ความคุ้มครอง&lt;/span&gt; : มีตามปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ต้องการกู้เงินจากกรมธรรม์ จะทำได้ต่อเมื่อ&lt;/span&gt; กรมธรรม์นั้นมีการชำระเบี้ย และคุ้มครองไปแล้ว 2 ปี โดยสามารถกู้ได้ 90 % ของมูลค่าเวนคืนเงินสด ดอกเบี้ย 8% ต่อปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#009900;"&gt;ทำประกันชีวิตแบบที่มีระยะเวลา 10 ปี&lt;/span&gt;ขึ้นไป สามารถลดหย่อนภาษีได้ (สูงสุด 50,000 บาท ต่อปี )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;•&lt;span style="color:#009900;"&gt; ไม่เคยได้รับบริการจากตัวแทน&lt;/span&gt; สามารถเปลี่ยนตัวแทนผู้ดูแลได้ โดยผู้เอาประกันต้องทำหนังสือแจ้งความจำนงมาที่บริษัทฯ เพื่อขอเปลี่ยนตัวแทนโดยระบุเหตุผลที่ขอเปลี่ยน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนที่ลงลายมือชื่อเรียบร้อย มายังศูนย์บริการลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#009900;"&gt;ผู้เอาประกันสามารถซื้อหรือยกเลิกอนุสัญญา &lt;/span&gt;เมื่อไหร่ก็ได้ เนื่องจากเป็นสัญญาปีต่อปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#33cc00;"&gt;ผู้เอาประกันสามารถเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยได้&lt;/span&gt; สามารถแบ่งการชำระจากรายปี เป็นราย 1 เดือนหรือจากรายเดือนมาเป็นรายปี&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ที่มา : cymiz.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-519649995331143196?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/519649995331143196/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_8567.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/519649995331143196'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/519649995331143196'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_8567.html' title='ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNeVab1mHI/AAAAAAAAACQ/G6Ct_ij2OMA/s72-c/insure.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-961106647153958077</id><published>2009-10-24T12:51:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:54:57.233-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>รายชื่อบริษัทประกันชีวิต</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#000099;"&gt;รายชื่อบริษัทประกันชีวิต&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 บจ. กรุงเทพประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bangkok Life Assurance Co.,Ltd 23/115-121 รอยัลซิตี้อเวนิว 21 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320&lt;br /&gt;โทร. 0-2203-0055, 0-2641-5599&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2203-0044, 0-2641-5566&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.bla.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ :csc@bla.co.th 23/115-121 Rama 9 Road, Huaykwang, Bangkok 10320&lt;br /&gt;Tel. 0-2203-0055, 0-2641-5599&lt;br /&gt;Fax. 0-2203-0044, 0-2641-5566&lt;br /&gt;Website : http://www.bla.co.th&lt;br /&gt;E-mail :csc@bla.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2 บจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Krungthai-Axa Life Insurance Co.,Ltd 87/1 แคปปิตอล ทาวเวอร์ ชั้น 24-25 ออลซีซั่นส์ เพลส&lt;br /&gt;ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี&lt;br /&gt;เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. 0-2654-3150&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2654-3140&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.krungthai-axa.co.th 87/1 Capital Tower Level 24-25&lt;br /&gt;All Seasons Place&lt;br /&gt;Wireless Rd., Rumpini, Patumwan, Bangkok 10330&lt;br /&gt;Tel. 0-2654-3150&lt;br /&gt;Fax. 0-2654-3140&lt;br /&gt;Website : http://www.krungthai-axa.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 บจ. บางกอก สหประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;BUI Life Insurance Co., Ltd. 177/1 อาคารบางกอกสหประกันภัย&lt;br /&gt;ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10500&lt;br /&gt;โทร. 0-2634-7323-30&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2634-7331 177/1 Surawong Road,&lt;br /&gt;Suriyawong, Bangrak,&lt;br /&gt;Bangkok 10500&lt;br /&gt;Tel. 0-2634-7323-30&lt;br /&gt;Fax. 0-2634-7331&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4 บมจ. มิลเลียไลฟ์ อินชัวรันส์ (ประเทศไทย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Millea Life Insurance (Thailand) Public Co., Ltd. 195 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 26&lt;br /&gt;ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10120&lt;br /&gt;โทร. 0-2670-1400&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2670-1403-5&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.millealife.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : market@millealife.co.th 195 South Sathorn Road,&lt;br /&gt;Sathorn, Bangkok 10120&lt;br /&gt;Tel. 0-2670-1400&lt;br /&gt;Fax. 0-2670-1403-5&lt;br /&gt;Website : http://www.millealife.co.th&lt;br /&gt;E-mail: market@millealife.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5 บจ. ไทยประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Thai Life Insurance Co., Ltd. 123 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง&lt;br /&gt;เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400&lt;br /&gt;โทร. 0-2247-0247&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2246-9946&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.thailife.com&lt;br /&gt;อีเมล์ : thailife@thailife.com 123 Rachadaphisek Road,&lt;br /&gt;Dindaeng, Bangkok 10400&lt;br /&gt;Tel. 0-2247-0247&lt;br /&gt;Fax. 0-2246-9946&lt;br /&gt;Website : http://www.thailife.com&lt;br /&gt;E-mail : thailife@thailife.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6 บจ. ฟินันซ่าประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Finansa Life Assurance Co., Ltd. 2032 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310&lt;br /&gt;โทร. 0-2632-5000&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2632-5500&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : www.finansalife.com 2032 New Petchburi Road, Bangkapi,Huaykwang&lt;br /&gt;Bangkok 10310&lt;br /&gt;Tel. 0-2632-5000&lt;br /&gt;Fax. 0-2632-5500&lt;br /&gt;Website : www.finansalife.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7 บมจ. ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Siam Commercial New york Life Insurance Public Co., Ltd. 1060 อาคาร 1 ธนาคารไทยพาณิชย์&lt;br /&gt;ชั้น 4-10 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่&lt;br /&gt;แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10400&lt;br /&gt;โทร. 0-2655-3000&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2256-1666&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.scnyl.com&lt;br /&gt;อีเมล์ : customerservice@scnly.com 1060 New Petchburi Road, Makasan, Rachatawee,&lt;br /&gt;Bangkok 10400&lt;br /&gt;Tel. 0-2655-3000&lt;br /&gt;Fax. 0-2256-1666&lt;br /&gt;Website : http://www.scnyl.com&lt;br /&gt;E-mail : customerservice@scnly.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8 บจ. ไทยคาร์ดิฟ ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Thai Cardif Life Assurance Co., Ltd. 36/11, 36/59-62 อาคารพี เอส ทาวเวอร์&lt;br /&gt;ชั้น G และชั้น 18 ถนนสุขุมวิท 21&lt;br /&gt;คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110&lt;br /&gt;โทร. 0-2645-5800&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2645-8585 36/11, 36/59-62 PS Tower,&lt;br /&gt;G and 18th Floor, Sukhumvit 21 Road, North-Klongtoey,&lt;br /&gt;Wattana, Bangkok 10110&lt;br /&gt;Tel. 0-2645-580&lt;br /&gt;Fax. 0-2645-8585&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9 บจ. ไทยรีประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ThaiRe Life Assurance Co., Ltd. 223/1 ซอยร่วมฤดี ถนนวิทยุ&lt;br /&gt;แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. 0-2256-6822, 0-2651-4222&lt;br /&gt;โทรสาร. 0-2256-6565, 0-256-6832&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.thaire.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : info@thaire.co.th 223/1 Soi Ruamruedee,&lt;br /&gt;Wireless Road, Patumwan,&lt;br /&gt;Bangkok, 10330&lt;br /&gt;Tel. : 0-2256-6822, 0-2651-4222&lt;br /&gt;Fax : 0-2256-6565, 256-6832&lt;br /&gt;Website : http://www.thaire.co.th&lt;br /&gt;E-mail : info@thaire.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10 บจ. ไทยสมุทรประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ocean Life Insurance Co., Ltd. 170/74-83 อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1&lt;br /&gt;ชั้น 24-28 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย&lt;br /&gt;เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110&lt;br /&gt;โทร. : 0-2261-3345-55&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2261-3344&lt;br /&gt;เว็บไซต์ : http://www.oli.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ :info@oli.co.th 170/74-83 Ocean Tower Bldg,&lt;br /&gt;Rachadaphisek Road,&lt;br /&gt;Klongtoey, Bangkok 10110&lt;br /&gt;Tel. : 0-2261-3345-55&lt;br /&gt;Fax : 0-2261-3344&lt;br /&gt;Website : http://www.oli.co.th&lt;br /&gt;E-mail :info@oli.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11 บจ. ธนชาติประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Thanachart Life Assurance Co., Ltd. 231 อาคารธนชาติประกันฃีวิต&lt;br /&gt;ถนนราชดำริห์ แขวงลุ่มพินี&lt;br /&gt;เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. : 0-2207-4200&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2253-8484&lt;br /&gt;E-mail : natlife@cscoms.com&lt;br /&gt;231 Thanachart Building,&lt;br /&gt;Ratchadamri Road, Rumpini,&lt;br /&gt;Phatumvan, Bangkok 10330&lt;br /&gt;Tel. : 0-2207-4200&lt;br /&gt;Fax : 0-2253-8484&lt;br /&gt;E-mail : natlife@cscoms.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12 บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ayudhya Allianz C.P. Life Public Company Limited 898 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ชั้น 6 โซน A,&lt;br /&gt;ชั้น 16-18 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี&lt;br /&gt;เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. : 0-2305-7000&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2263-0313&lt;br /&gt;เว็บไซต์ : http://www.ayudhyaallianzcp.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : onlinesales@ayudhayaallianzcp.co.th 898 Ploenchit Tower , Ploenchit Road,Lumpini, Patumwan,&lt;br /&gt;Bangkok 10330&lt;br /&gt;Tel. : 0-2263-0333 - 4&lt;br /&gt;Fax : 0-2263-0313&lt;br /&gt;Website : http://www.ayudhyacmg.co.th&lt;br /&gt;E-mail : onlinesales@ayudhayaallianzcp.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13 บจ. เจเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Generali Life Assurance (Thailand) Co.,Ltd. 87/2 ยูนิต 1603-5 อาคาร ซีอาร์ซี ทาวเวอร์&lt;br /&gt;ออลซีซั่นส์ เพลส ชั้น 16 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี&lt;br /&gt;เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. : 0-2685-3828&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2685-3829&lt;br /&gt;เว็บไซต์ : http://www.generali.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : info@generali.co.th 16 th floor, Unit 1603 - 1605,&lt;br /&gt;CRC Tower, All seasons place&lt;br /&gt;87/2 wireless Road, Lumpini&lt;br /&gt;Patumwan, Bangkok 10330&lt;br /&gt;Tel. : 0-2685-3828&lt;br /&gt;Fax : 0-2685-3829&lt;br /&gt;Website : http://www.generali.co.th&lt;br /&gt;E-mail : info@generali.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14 บมจ. พรูเด็นเชียล ทีเอสไลฟ์ ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Prudential TSLife Assurance Public Co.,Ltd. 82 ชั้น 30-32 อาคารแสงทองธานี&lt;br /&gt;ถนนสาธรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10500&lt;br /&gt;โทร. : 0-2639-9500&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2639-9699, 0-2639-9700&lt;br /&gt;เว็บไซต์ : http://www.prudential.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์: customer@prudential.co.th 82 Saengthongthanee Bldg,&lt;br /&gt;28th, 30th - 31st Floor,&lt;br /&gt;North Sathorn, Bangrak,&lt;br /&gt;Bangkok 10500&lt;br /&gt;Tel. : 0-2639-9500&lt;br /&gt;Fax : 0-2639-9699, 0-2639-9700&lt;br /&gt;Website : http://prudential.co.th&lt;br /&gt;E-mail : customer@prudential.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15 บจ. เมืองไทยประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Muang Thai Life Assurance Co., Ltd. 250 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง&lt;br /&gt;เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320&lt;br /&gt;โทร. : 0-2276-1025, 0-2274-9400&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2276-1997 - 8&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.muangthai.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : webmaster@muangthai.co.th 250 Rachadaphisek Road,Huaykwang,&lt;br /&gt;Bangkok 10320&lt;br /&gt;Tel. : 0-2276-1025,&lt;br /&gt;0-2274-9400&lt;br /&gt;Fax : 0-2276-1997- 8&lt;br /&gt;Website : http://www.muangthai.co.th&lt;br /&gt;E-mail : webmaster@muangthai.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16 บจ. เอช ไลฟ์ แอสชัวรันส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ACE Life Assurance Co., Ltd. 130-132 อาคารสินธร ทาวเวอร์ 1&lt;br /&gt;ชั้น 11 และชั้น 12 ถนนวิทยุ&lt;br /&gt;แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. : 0-2675-3800&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2675-3818 130-132 Sinthorn Tower 1, Wireless Road, Patumwan, Bangkok 10330&lt;br /&gt;Tel. : 0-2675-3800&lt;br /&gt;Fax : 0-2675-3818&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17 บจ. ประกันชีวิต นครหลวงไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(SIAM ASSURANCE COMPANY LIMITED)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ชื่อเดิม : บจ. แมกซ์ประกันชีวิต&lt;br /&gt;Max Life Assurance Co., Ltd.)&lt;br /&gt;169 อาคารธนาคารนครหลวงไทย&lt;br /&gt;สาขาสุทธิสาร ชั้น 3-6&lt;br /&gt;ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน&lt;br /&gt;เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400&lt;br /&gt;โทร. : 0-2616-2324&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2616-2343&lt;br /&gt;เวปไซด์ : http://www.maxlife.co.th 169 Sutthisanvinijchai Road,&lt;br /&gt;Samsennai, Phyathai,&lt;br /&gt;Bangkok 10400&lt;br /&gt;Tel. : 0-2616-2324&lt;br /&gt;Fax : 0-2616-2343&lt;br /&gt;Website : http://www.maxlife.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18 บจ. สยามซัมซุง ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Siam Samsung Life Assurance Co., Ltd. 2922/240-241 อาคารชาญอิสระ 2&lt;br /&gt;ชั้น 18 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่&lt;br /&gt;แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10310&lt;br /&gt;โทร. : 0-2308-2261-68&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2308-2269&lt;br /&gt;เว็บไซต์ : http://www.siamsamsung.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : info@siamsamsung.co.th&lt;br /&gt;2922/240-241&lt;br /&gt;New Petchburi Road,&lt;br /&gt;Bangkapi, Huaykwang,&lt;br /&gt;Bangkok 10310&lt;br /&gt;Tel. : 0-2308-2261-68&lt;br /&gt;Fax : 0-2308-2269&lt;br /&gt;Website : http://www.siamsamsung.co.th&lt;br /&gt;E-mail : info@siamsamsung.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19 บจ. สยามประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Siam Life Insurance Co., Ltd 75/72-73 ซอยสุขุมวิท 19 (วัฒนา)&lt;br /&gt;ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10110&lt;br /&gt;โทร. : 0-2260-5536 - 43,&lt;br /&gt;0-2260-5548-49&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2260-5561&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.siamlife.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : mail@siamlife.co.th 75/72-73 Sukhumvit Road,&lt;br /&gt;Klongtoey, Bangkok 10110&lt;br /&gt;Tel. : 0-2260-5536 - 43,&lt;br /&gt;0-2260-5548 - 49&lt;br /&gt;Fax : 0-2260-5561&lt;br /&gt;Website : http://www.siamlife.co.th&lt;br /&gt;E-mail : mail@siamlife.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20 บจ. สหประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Saha Life Insurance Co., Ltd. 13 ชั้น 2 อาคาร น.ม.ส. ถนนพิชัย&lt;br /&gt;แขวงดุสิต เขตดุสิต&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 10300&lt;br /&gt;โทร. : 0-2669-3243-49&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2669-3252&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.sahalife.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : saha@sahalife.co.th 13 2nd fl., N.M.S.bldg.,&lt;br /&gt;Pichai Road, Dusit,&lt;br /&gt;Bangkok 10300&lt;br /&gt;Tel. : 0-2669-3243-49&lt;br /&gt;Fax : 0-2669-3252&lt;br /&gt;Website : http://sahalife.co.th&lt;br /&gt;E-mail : saha@sahalife.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21 บจ. อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;American International Assurance Co., Ltd. 181 ถนนสุรวงศ์ แขวงบางรัก&lt;br /&gt;เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500&lt;br /&gt;โทร. : 0-2634-8888&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2236-6452&lt;br /&gt;Website : http://www.aia.co.th 181 Surawong Road, Bangrak,&lt;br /&gt;Bangkok 10500&lt;br /&gt;Tel. : 0-2634-8888&lt;br /&gt;Fax : 0-2236-6452&lt;br /&gt;Website : http://www.aia.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;22 บจ. อาคเนย์ประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The SouthEast Life Insurance Co., Ltd. 315 ถนนสีลม แขวงสีลม&lt;br /&gt;เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500&lt;br /&gt;โทร. : 0-2631-1331,&lt;br /&gt;0-2237-7470 - 9&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2236-7614,&lt;br /&gt;0-2237-7499&lt;br /&gt;Website : http://www.southeastlife.com 315 Silom Road, Bangrak,&lt;br /&gt;Bangkok 10500&lt;br /&gt;Tel. : 0-2631-1331,&lt;br /&gt;0-2237-7470 - 9&lt;br /&gt;Fax : 0-2236-7614,&lt;br /&gt;0-2237-7499&lt;br /&gt;Website : http://www.southeastlife.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;23 บมจ. แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต (ประเทศไทย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Manulife Insurance (Thailand) Public Co., Ltd.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ชื่อเดิม : บมจ. อินเตอร์ไลฟ์ จอห์นแฮนคอค ประกันชีวิต) 364/30 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท&lt;br /&gt;เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400&lt;br /&gt;โทร. : 0-2245-2491 - 7,&lt;br /&gt;0-2246-7650 - 99&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2248-5391&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.jhancock.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : services@jhancock.co.th 364/30 Sri Ayudhaya Road,&lt;br /&gt;Rachatawee, Bangkok 10400&lt;br /&gt;Tel. : 0-2245-2491 - 7,&lt;br /&gt;0-2246-7650 - 99&lt;br /&gt;Fax : 0-2248-5391&lt;br /&gt;Website : http://www.jhancock.co.th&lt;br /&gt;E-mail : services@jhancock.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24 บจ. แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ แอสชัวรันส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Advance Life Assurance Co., Ltd. 2 อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 5&lt;br /&gt;ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;โทร. : 0-2648-3600&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2648-5555&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.amic.co.th&lt;br /&gt;E-mail : webmaster@amic.co.th 2 Pluenjit Center Blud. 5th floor Sukumvit Road, Korngtoey Korngtoey, Bangkok&lt;br /&gt;Tel. : 0-2648-3600&lt;br /&gt;Fax : 0-2648-5555&lt;br /&gt;Website : http://www.amic.co.th&lt;br /&gt;E-mail : webmaster@amic.co.th&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;25 บจ. ไอเอ็นจีประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ING Life Assurance Co., Ltd. 130-132 อาคารสินธรทาวเวอร์ 3&lt;br /&gt;ชั้น 16 และ ชั้น 29 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี&lt;br /&gt;เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330&lt;br /&gt;โทร. : 0-2263-3900,&lt;br /&gt;0-2650-9889&lt;br /&gt;โทรสาร : 0-2263-3899&lt;br /&gt;เว็ปไซต์ : http://www.inglife.co.th&lt;br /&gt;อีเมล์ : inquire@inglife.co.th 130-132 Sinthorn Tower,&lt;br /&gt;Wireless Road, Patumwan,&lt;br /&gt;Bangkok 10330&lt;br /&gt;Tel. : 0-2263-3900,&lt;br /&gt;0-2650-9889&lt;br /&gt;Fax : 0-2263-3899&lt;br /&gt;Website : http://www.inglife.co.th&lt;br /&gt;E-mail : &lt;a href="mailto:inquire@inglife.co.th"&gt;inquire@inglife.co.th&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;ที่มา : cymiz.com&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-961106647153958077?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/961106647153958077/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_8424.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/961106647153958077'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/961106647153958077'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_8424.html' title='รายชื่อบริษัทประกันชีวิต'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-8740464984593481503</id><published>2009-10-24T12:49:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:51:20.982-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>เหตุผลใช้ตอบในการไม่ซื้อประกัน</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;เหตุผลใช้ตอบในการไม่ซื้อประกัน&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;1. สุขภาพดีอายุยืนไม่ต้องทำประกันชีวิต&lt;br /&gt;2. เรื่องประกันผมไม่ชอบ ไม่สนใจ&lt;br /&gt;3. ไว้ก่อน&lt;br /&gt;4. รายได้พอดีกับรายจ่าย ถ้าจ่ายไปทำให้ครอบครัวเดือดร้อน&lt;br /&gt;5. อยากทำ แต่ตอนนี้เป็นหนี้ธนาคารอยู่ ทำไม่ไหว&lt;br /&gt;6. ขอลดคอมมิชชั่น&lt;br /&gt;7. เอาไว้จำเป็นค่อยทำ&lt;br /&gt;8. กลัวบริษัทโกง&lt;br /&gt;9. ซื้อไว้แล้ว 2 แสน&lt;br /&gt;10. มีคนมาชวนผมมากมาย ผมไม่สนใจรำคาญพวกนี้มาคอยตื้อ&lt;br /&gt;11. ครอบครัวมีมรดกให้มากมาย ถ้าผมตายครอบครัวไม่เดือดร้อน&lt;br /&gt;12. ถึงแม้เป็นคนโสด แต่มีภาระรับผิดชอบมากซื้อไม่ไหว&lt;br /&gt;13. ผมเป็นคนโสดไม่จำเป็นต้องเก็บเงินซื้อประกัน&lt;br /&gt;14. ตัวแทนอาเงินไปใช้&lt;br /&gt;15. เพื่อนๆไม่เห็นด้วยกับการประกันชีวิต&lt;br /&gt;16. ผมตัวคนเดียวไม่มีภาระอะไรประกันไม่จำเป็น&lt;br /&gt;17. ถ้าผมไม่อยู่น้องชายผมช่วยเลี้ยงหลานได้ พี่น้องผมรักกันมากอยู่แล้ว&lt;br /&gt;18. ทำแล้วเป็นการแช่งตัวเอง&lt;br /&gt;19. ทำแล้วขาดทุน เงินก้อนนี้ถ้าทำอย่างอื่นจะได้ผลตอบแทนมากกว่า&lt;br /&gt;20. จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะบริการได้ตลอดไป&lt;br /&gt;21. ค่าของเงินตก อีก 20 ปี เงิน 2 แสนอาจมีค่าแค่ 1 แสนเท่านั้น&lt;br /&gt;22. ผมไม่เสี่ยงภัยหรอก&lt;br /&gt;23. ผมเคยเป็นตัวแทนมาก่อน&lt;br /&gt;24. ไม่มีเงิน&lt;br /&gt;25. ทำประกันแล้วขาดทุน&lt;br /&gt;26. ฝากประกันไม่คุ้ม&lt;br /&gt;27. ปรึกษาภรรยาก่อน&lt;br /&gt;28. บริษัทอื่นให้ผลประโยชน์มากกว่า&lt;br /&gt;29. คนอื่นเขาคิดราคาพิเศษเลย ถูกกว่าคุณอีก กรมธรรม์ทุกอย่างเหมือนกันเลย&lt;br /&gt;30. เอาเงินไปทำการค้าดีกว่า&lt;br /&gt;31. ส่งนานเกินไป&lt;br /&gt;32. ผ่อนรถก่อนถึงซื้อ&lt;br /&gt;33. เอาไว้เดือนหน้าแล้วกัน&lt;br /&gt;34. ผ่อนบ้านก่อนดีกว่า&lt;br /&gt;35. กลัวฝากไปครึ่งๆกลางๆ ตกงานฝากต่อไปไม่ได้จะลำบาก&lt;br /&gt;36. ตัวแทนตอนมาขายมาเช้ามาเย็น แต่พอขายเสร็จหายไปเลย&lt;br /&gt;37. เอาไว้ช้าก่อน&lt;br /&gt;38. ฝากธนาคารดีกว่า&lt;br /&gt;39.ขอเวลาตัดสินใจอีกนิดหน่อย&lt;br /&gt;40. ภรรยาผมไม่ยอมให้ทำ&lt;br /&gt;41. การค้าผมตอนนี้ต้องการเงินหมุนเวียนมาก ผมไม่มีเงินพอจะทำประกันชีวิตได้&lt;br /&gt;42. ภรรยาผมเป็นคนเก่งมาก แม้ผมตาย เธอสามารถเลี้ยงลูกดี&lt;br /&gt;43. บริษัทประกันให้อยู่แล้ว&lt;br /&gt;44. ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องทำประกันชีวิต&lt;br /&gt;45. ถ้าซื้อจะซื้อกับญาติ&lt;br /&gt;46. ไม่อยากเป็นภาระผูกพัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-8740464984593481503?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/8740464984593481503/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_1842.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8740464984593481503'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/8740464984593481503'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_1842.html' title='เหตุผลใช้ตอบในการไม่ซื้อประกัน'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4550569925627559687</id><published>2009-10-24T12:45:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:48:22.306-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>จริงหรือ ประกันโกง ไม่ยอมจ่ายสินไหมได้หรือ</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;"จริงหรือ ประกันโกง ไม่ยอมจ่ายสินไหมได้หรือ"&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ผมอยากชวนคุณทำความเข้าใจหลักการประกันชีวิต ที่เป็นการกระจายความเสี่ยงภัยสักเล็กน้อยก่อน ผมขอเล่าบางเรื่องเพื่อจะได้อธิบายหลักการนี้และโยงไปถึงการจ่ายเงินสินไหมของบริษัทประกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นานมาแล้ว มีหมู่บ้านนักเดินเรือ เป็นพวกพ่อค้าสำเภาแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินเรือสำเภาของเหล่าวาณิชย์ในหมู่บ้านนี้เป็นเรือขนาดใหญ่ที่เดินทางค้าขายในแถบมหาสมุทรอินเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกปีในฤดูมรสุมจะมีเรือสำเภาของบ้านใดบ้านหนึ่งของที่นี่ที่ไม่ได้กลับถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ทรัพย์สิน ทุนรอนที่พ่อค้าผู้โชคร้ายใช้ในการทำการค้าจมหายไปในท้องทะเล เหลือไว้เพียงแม่หม้ายและลูกกำพร้าที่สิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้เกิดความเวทนาต่อเพื่อนบ้านเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนวันหนึ่งได้มีผู้เสนอความคิดขึ้นว่า ก่อนที่พวกเขาจะออกเรือเพื่อไปค้าขาย ขอให้ทุกคนเจียดเงินจำนวน 10 % ของราคาสินค้ารวมกันไว้และฝากให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้รักษา พวกเขาตกลงกันว่าถ้าการเดินทางไปค้าขายครั้งนี้เรือลำใดโชคร้ายจมหายไปในมหาสมุทร ขอให้หัวหน้าหมู่บ้านแบ่งเงินกองกลางให้กับแม่หม้ายที่อยู่ข้างหลัง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการกระจายความเสี่ยงของชาวทะเล ผมอยากถามคุณว่าถ้ามีพ่อค้าหัวใสคนหนึ่ง แทนที่จะเดินเรือกลับบ้าน กลับเดินทางไปขึ้นฝั่งอีกที่หนึ่งปล่อยให้ชาวหมู่บ้านเข้าใจผิด คิดว่าเรือลำนั้นอัปปางไปในท้องทะเลแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็จะต้องจ่ายเงินส่วนแบ่ง ให้กับลูกเมียของพ่อค้ารายนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เหลือของเรื่องนี้ผมว่าคุณคงจินตนาการออก เป็นนิยายเรื่องยาวได้แน่ แต่สิ่งสำคัญผมอยากถามคุณว่า ยุติธรรมกับคนที่เสียชีวิตที่ครอบครัวของเขา ได้รับเงินส่วนแบ่งน้อยลงหรือไม่ ยุติธรรมกับคนที่อยู่ที่ต้องเฉลี่ยเงินลงขันกันอีกหรือไม่ ผมยกตัวอย่างนี้ไม่ใช่แต่งเรื่องขึ้นมาลอยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อประมาณจำไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นเจ็ดหรือแปดปีก่อน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงเป็นข่าวเล็กๆหน้าในว่า บริษัทประกัน สืบพบผู้เอาประกันที่แจ้งว่าตายจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ แล้วไฟลุกไหม้ สภาพศพตำรวจระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร และให้ความเห็นว่ามีพิรุธ ในตอนนั้นบริษัทประกันไม่ยอมจ่าย ผมไม่ทราบว่าข่าวนั้นดังแค่ไหนแต่พอจะมั่นใจได้ว่าลงหน้าหนึ่งแน่ๆ ว่าตายแล้วประกันไม่จ่าย แต่เมื่อมีการจับตัวผู้กระทำผิดได้&lt;br /&gt;ข่าวที่เสนอกลับเป็นข่าวเล็กๆอยู่หน้าในเสียนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คดีนี้ถือเป็นคดีอาญาเพราะไม่รู้ว่าผู้ตายที่ถูกไฟเผาเป็นใคร และตายเพราะสาเหตุอะไร (อาจถูกฆาตกรรมมาก่อนขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้ก็มีเหตุการณ์คล้าย ๆกันนี้เกิดขึ้น ผมไม่ขอสรุปว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร เพียงขอให้คุณได้เข้าใจว่าทำไมบริษัทประกัน ถึงต้องทำงานด้วยความรอบคอบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าบริษัทไม่มีความรอบคอบในการจ่ายสินไหม บริษัทก็จะเป็นเพียงหัวหน้าหมู่บ้านที่ไม่เอาไหน นำเงินกองกลางของทุกคนที่มารวมกันไว้ จ่ายออกไปโดยไม่ระมัดระวัง คนที่เสียหายตัวจริงก็คือคนที่จ่ายเงินเข้ากองกลางนั่นคือทุกๆคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะเปรียบเทียบให้ชัดๆขึ้นเราคงได้ยินว่าในยุคหายนะทางเศรษฐกิจ ของคนไทยมีพวกล้มบนฝูก นั่นหมายความว่าอะไรหมายความว่าเจ้าของกิจการทางการเงินเหล่านี้ฉ้อฉล นำเงินของประชาชนที่ฝากไว้ ไปใช้ในทางที่ผิดขาดหลักเกณฑ์ ขาดวินัยในการบริหาร จนท้ายสุดก็คดโกง จนบริษัทอยู่ไม่ได้ แล้วสุดท้ายผู้ที่เดือดร้อนก็คือประชาชนผู้เสียภาษี ที่รัฐบาลไปค้ำประกันหนี้เน่าๆเหล่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคุณฝากเงินไว้กับบริษัทแห่งนี้และถูกโกงคุณจะรู้สึกอย่างไร ต่อผู้บริหารบริษัท แต่ถ้าคุณอ่านเพียงเท่านี้คุณคงว่าผมพูดแทนบริษัทประกัน เข้าข้างกันนี่ เพราะผมเคยอยู่ในธุรกิจประกันชีวิต เหมือนที่เขาว่าแมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;แต่จริงๆแล้วเราเป็นคนไทยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฏหมาย ในกรณีนี้กรมการประกันภัยจะเป็นผู้ใช้พระราชบัญญัติประกันชีวิต บังคับ และควบคุมไม่ให้บริษัทประกันชีวิตเอาเปรียบผู้เอาประกัน และไม่ให้ผู้เอาประกันบางประเภทหาทางเอาเปรียบบริษัทด้วย (จริงๆแล้วเอาเปรียบผู้เอาประกันคนอื่นๆ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : 2insurepeople.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4550569925627559687?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4550569925627559687/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_9582.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4550569925627559687'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4550569925627559687'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_9582.html' title='จริงหรือ ประกันโกง ไม่ยอมจ่ายสินไหมได้หรือ'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-2122203555674610372</id><published>2009-10-24T12:38:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:42:50.037-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>งานขาย   อย่าเรียกตัวเองว่านักขาย ถ้า…</title><content type='html'>&lt;table border="1" width="73%" id="table1" style="border-width: 0px"&gt;&lt;br /&gt; &lt;tr&gt;&lt;br /&gt;  &lt;td style="border-style: none; border-width: medium" width="865" bgcolor="#FFFFFF"&gt;&lt;br /&gt;  &lt;font face="Tahoma"&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; "&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &amp;#3629;&amp;#3618;&amp;#3656;&amp;#3634;&amp;#3648;&amp;#3619;&amp;#3637;&amp;#3618;&amp;#3585;&amp;#3605;&amp;#3633;&amp;#3623;&amp;#3648;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3623;&amp;#3656;&amp;#3634;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3586;&amp;#3634;&amp;#3618; &amp;#3606;&amp;#3657;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; "&gt;…&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span lang="th"&gt;&lt;font size="2"&gt;&amp;quot;เรียนการขายก็แล้วกัน &lt;br /&gt;   อย่างน้อยก็พอจะเรียนให้จบได้ &amp;quot; คุณเคยได้ยินเรื่องอย่างนี้ &lt;br /&gt;   หรือเคยคิดอย่างนี้ไหม เมื่อเด็กคนหนึ่ง หัวไม่ดี นั่นคือคำแนะนำ &lt;br /&gt;   การขายเป็นตัวเลือกสุดท้ายในการเรียน &lt;br /&gt;   และเป็นตัวเลือกสุดท้ายในการประกอบอาชีพของพวกเราคนไทยมาเสมอ &lt;br /&gt;   จนมีคำพูดที่ว่าสิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ด้วยภาพพจน์ที่ถูกเสริมด้วยการเปิดรับฝ่ายขายที่แทบจะรับทุกคนที่เข้ามาสมัคร &lt;br /&gt;   ของบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานตัวแทนประกันชีวิต &lt;br /&gt;   ทำให้อาชีพนักขายดูด้อยไปถนัดตา &lt;br /&gt;   นั่นเป็นเรื่องที่สวนทางกับความน่าจะเป็นชนิดจากขาวเป็นดำเลยทีเดียว &lt;br /&gt;   การเป็นนักขายน่าจะเป็นอาชีพแรกที่คนเก่งที่สุดเลือกที่จะเป็น &lt;br /&gt;   เพราะนักขายเป็นอาชีพเดียวที่คนธรรมดาที่ไม่มีพ่อแม่สร้างกิจการไว้ให้ &lt;br /&gt;   สามารถเข้าใกล้การเป็นเจ้าของกิจการที่สุด &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   นักขายที่สำเร็จ&amp;quot;เป็นมืออาชีพ&amp;quot;ทำรายได้ &lt;br /&gt;   ได้มากที่สุดเท่าที่คนในระดับการศึกษาเดียวกันทำได้ &lt;br /&gt;   รายได้ของนักขายประกันชีวิตชั้นนำของโลกสามารถทำรายได้จากวิชาชีพนี้กว่าร้อยล้านบาทต่อปี &lt;br /&gt;   และมีผู้ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค เป็นสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่น &lt;br /&gt;   ชื่อคาซูโกะ &lt;br /&gt;   ชิบาตะซึ่งเธอสามารถสร้างรายได้จากการขายประกันชีวิตอย่างเดียวนับพันล้านบาท&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ด้วยทัศนคติที่ถูกต้องในความยิ่งใหญ่ของวิชาชีพการขาย &lt;br /&gt;   ทำให้เกาะเล็กๆอย่างสิงคโปร์ &lt;br /&gt;   กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญแห่งหนึ่งของเอเซียไป &lt;br /&gt;   เกาะที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากพอให้ขุดขึ้นมาขาย &lt;br /&gt;   มีแต่วิสัยทัศน์ของผู้นำที่มองเห็นว่าประเทศชาติจะมั่งคั่งก็ด้วยการใช้ความสามารถในการขายเท่านั้น &lt;br /&gt;   สิงคโปร์จึงเป็นตัวกลางขายทุกอย่างที่มีโอกาสขายได้&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   การขายไม่ใช่เรื่องง่ายๆ &lt;br /&gt;   ที่ใครจะพูดว่าไม่มีอะไรทำก็ไปสมัครเป็นคนขายของก็แล้วกัน &lt;br /&gt;   เพราะการขายเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ &lt;br /&gt;   ที่ต้องใช้ผู้ที่มีทักษะสูงสุดจึงสามารถจะผสานทั้งสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม &lt;br /&gt;   นำมาซึ่งความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า &lt;br /&gt;   เพื่อให้ลูกค้าได้ทั้งประโยชน์สูงและประหยัดสุด &lt;br /&gt;   อีกทั้งยังอิ่มเอมในการได้ซื้อสินค้านั้นๆ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ฉะนั้นก่อนที่คุณจะดูวิชาชีพนี้ &amp;quot;ถูก&amp;quot; ไป &lt;br /&gt;   คุณควรจะได้รับรู้ความจริงเรื่องหนึ่งก่อน คือ &lt;br /&gt;   มีผู้ที่ล้มเหลวในการประกอบอาชีพเป็น &amp;quot;นักขาย&amp;quot; มากกว่าการทำอาชีพอื่นๆ &lt;br /&gt;   อย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้ และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ &lt;br /&gt;   อาชีพนักขายถึงได้เป็นที่เกรงกลัวของผู้คนโดยทั่วไป &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   อะไรทำให้คนล้มเหลวในการทำงานเป็นนักขาย &lt;br /&gt;   จริงหรือที่เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อ&amp;quot;ขายอะไร&amp;quot; ผมไม่ชอบตื้อคน &lt;br /&gt;   คงเป็นคนขายไม่ได้หรอก ,ผมพูดไม่เก่ง ,ผมไม่มีคนรู้จักมากพอ ,ผมฯลฯ &lt;br /&gt;   เหล่านี้เป็นเพียงคำแก้ตัว &lt;br /&gt;   เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัวที่จะล้มเหลวในงานขาย &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   สมมุติว่าคุณไม่ล้มเหลวในการขาย &lt;br /&gt;   และไม่ล้มเหลวในการเป็นพนักงานกินเงินเดือนบริษัท &lt;br /&gt;   คุณประสบความสำเร็จในงานทั้งสอง แต่งานประจำให้รายได้คุณเดือนละ 50,000 &lt;br /&gt;   บาท ทุกเดือน แต่ความสำเร็จในงานขายให้รายได้คุณบางเดือนก็หนึ่งแสน &lt;br /&gt;   บางเดือนก็สามแสนไม่แน่นอน แต่นับว่าคุณสำเร็จในการขายเช่นกัน &lt;br /&gt;   ถ้าเรามีการรับรองเช่นนั้น &lt;br /&gt;   คุณจะเลือกอาชีพอะไร(อย่าลืมว่าคุณไม่ต้องกังวล &lt;br /&gt;   และไม่ต้องกลัวล้มเหลวในการขาย) &lt;br /&gt;   ผมเชื่อว่าคงไม่มีคนที่มีเหตุผลคนใดจะไม่เลือกการขายเป็นอาชีพ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ผลตอบแทนของการเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จนอกจากคุณจะได้รายได้สูงแล้ว &lt;br /&gt;   คุณยังได้บุคคลิก ความเชื่อมั่น &lt;br /&gt;   การเป็นอิสระต่อกฏเกณฑ์สามัญที่พนักงานธรรมดาต้องทนอยู่กับมัน &lt;br /&gt;   (เช่นคุณต้องเริ่มทำงานเวลาใด เลิกงานเมื่อไหร่ จะหยุดงานได้วันไหน &lt;br /&gt;   ลากิจได้กี่วัน ฯ) &lt;br /&gt;   คุณยังเป็นคนที่ช่วยกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมของคุณมากกว่า &lt;br /&gt;   เพราะ&amp;quot;นิสัยอาชีพ&amp;quot; ทำให้คุณพาตนเองเข้าร่วมกิจกรรม และทำมันได้ดี &lt;br /&gt;   เพราะคุณมีศักยภาพในการติดต่อสื่อสารที่ดี &lt;br /&gt;   ช่วยให้งานยากๆที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนผ่านพ้นไปด้วยดี&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   การเป็นนักขายมืออาชีพ &lt;br /&gt;   ทำให้คุณไม่หลบซ่อนตัวอยู่หลังสวัสดิการของบริษัท &lt;br /&gt;   อยู่หลังความมั่นคงที่บริษัทมอบให้ &lt;br /&gt;   คุณไม่มีเจ้านายให้นินทาเรื่องที่คุณไม่ก้าวหน้า &lt;br /&gt;   เมื่อคุณเลือกวิชาชีพการขาย &lt;br /&gt;   คุณต้องยืนอยู่บนความเสี่ยงที่จะรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณ &lt;br /&gt;   คุณต้องอดทนฝีกฝนเรียนรู้ยาวนานพอที่จะประสบความสำเร็จ &lt;br /&gt;   เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะเรียนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องการคนที่มี &lt;br /&gt;   ทัศนคติที่ถูกต้องเท่านั้นจึงจะประยุกต์รวมทั้งสองสิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องยาก ที่มันยากเพราะความกลัวการเป็นนักขาย &lt;br /&gt;   (ซึ่งอาจจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากความกลัว &amp;quot;ถูกขาย&amp;quot;) &lt;br /&gt;   ทำให้เราไม่สนใจที่จะเสาะแสวงหาองค์ความรู้ที่มีอยู่จริง &lt;br /&gt;   และนำมันมาใช้ประโยชน์ในการทำงานขายให้ได้ผลสูงสุด&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ถ้าคุณเป็นนักขายมืออาชีพ สิ่งสำคัญที่คุณจะได้รับอีกอย่างหนึ่งคือ &lt;br /&gt;   ความสงบ สันติในจิตใจ คุณจะเป็นคนที่เรียนรู้สิ่งที่นำไปปฎิบัติได้ &lt;br /&gt;   ไม่ใช่แค่ทฤษฏี คุณจะอ่านผู้คนที่คุณพบ ไม่ใช่อ่านเพียงหนังสือ &lt;br /&gt;   สมองของคุณจะมีที่เก็บเฉพาะสาระประโยชน์ที่ใช้งานได้ &lt;br /&gt;   ไม่ใช่เก็บรายละเอียดที่แปลกประหลาดหาที่ใช้ไม่เจอ &lt;br /&gt;   ทั้งหมดนั่นหมายความว่าคุณไม่ใช่คนฟุ้งซ่าน &lt;br /&gt;   ที่ฝันเฟื่องถึงความสำเร็จที่ยังไม่เริ่มต้นทำ&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ถ้าคุณเป็นนักขายที่ใฝ่ความสำเร็จ (ถ้าคุณอ่านบทความนี้ &lt;br /&gt;   ผมเชื่อว่าคุณเป็น) มีกฏเกณฑ์อยู่ 6 ข้อ&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ที่ โฮวาร์ด สตีเวนส์ แห่งชาเลย์กรุป ได้จากการวิเคราะห์ และวิจัย &lt;br /&gt;   จากนักขายกว่าสองแสนคน ได้เป็นผลสรุปที่ผมจะหยิบมาฝากคุณ ทั้ง 6 ข้อนี้ &lt;br /&gt;   นักขายที่ประสบความสำเร็จสูงสุดจะมีครบถ้วน &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   1.ค้นหาตัวคุณก่อนว่าเป็น&amp;quot;นักขาย&amp;quot; ชนิดใด &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   2.เลือกชนิดของลูกค้าที่เหมาะสมกับตัวคุณที่จะบริการ&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   3.สร้างและพัฒนาเครือข่ายคนรู้จักใหม่ๆ อย่างมีคุณภาพ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   4.วางตัวเป็นมืออาชีพโดยการแสดงความเป็นมืออาชีพ &lt;br /&gt;   ที่ได้มาจากการใส่ใจในความรู้สึกและผลประโยชน์ของลูกค้าก่อนที่จะมีการเสนอขาย&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   5.ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถประเมินว่าสินค้าเป็นอย่างไร &lt;br /&gt;   แต่เขาสามารถประเมินตัวแทนของสินค้านั้นได้ นั่นคือนักขายได้ง่ายกว่า&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   6.ลูกค้าไม่ต้องการตัวเลือกมากๆ เขาต้องการสินค้าหรือบริการที่ &lt;br /&gt;   จัดเตรียมให้เหมาะกับเขาโดยเฉพาะมากกว่า&lt;b&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;   &lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; "&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font size="2"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal" align="center"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="font-family: Tahoma; font-weight:700"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;br /&gt;   -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="font-family: Tahoma; "&gt;1.&lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3609;&amp;#3627;&amp;#3634;&amp;#3605;&amp;#3633;&amp;#3623;&amp;#3588;&amp;#3640;&amp;#3603;&amp;#3585;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3609;&amp;#3623;&amp;#3656;&amp;#3634;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;quot;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3586;&amp;#3634;&amp;#3618;&amp;quot; &lt;br /&gt;   &amp;#3594;&amp;#3609;&amp;#3636;&amp;#3604;&amp;#3651;&amp;#3604;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; font-weight:700"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font size="2"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;กว่าคุณจะมาถึงวันนี้ วันที่คุณเลือกอาชีพนักขาย &lt;br /&gt;   คุณได้ประสบความสำเร็จในธุรกิจอื่นๆ &lt;br /&gt;   ประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่คุณได้รับตลอดมาจะสร้างสมทักษะบางอย่างที่แตกต่างจากผู้อื่น &lt;br /&gt;   ทักษะนี้จะชี้ชัดว่าคุณควรทำงานอย่างไร&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ถ้าคุณจินตนาการถึงทีมนักกีฬาฟุตบอล ทักษะของผู้เล่นศูนย์หน้า ดาวซัลโว &lt;br /&gt;   ย่อมต้องแตกต่างจาก นายทวารเฝ้าประตูอย่างเห็นได้ชัด &lt;br /&gt;   แต่นักฟุตบอลทั้งสองตำแหน่งสามารถสร้างชื่อเสียง &lt;br /&gt;   และประสบความสำเร็จในอาชีพนักกีฬาได้ &lt;br /&gt;   ถ้านายทวารถูกกำหนดให้เล่นเป็นศูนย์หน้า &lt;br /&gt;   และศูนย์หน้าถูกวางตัวให้เป็นผู้รักษาประตู &lt;br /&gt;   นักกีฬาทั้งสองอาจจะพอประคองตัวรอดไปได้ &lt;br /&gt;   แต่ชัยชนะคงห่างไกลจากทีมที่มีนักกีฬาเล่นไม่ตรงตำแหน่งที่ควรเล่นอย่างนี้&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   เราพอจะแยกชนิดของนักขายออกได้สามชนิด&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   นักปิด ครั้งเดียวจบ นิสัยหลักๆคือ มีความสามารถในการหาโอกาสใหม่ๆ &lt;br /&gt;   และทำการขายให้ได้ในครั้งแรก กลุ่มนักปิดจะชอบไอเดียการขายใหม่ๆ &lt;br /&gt;   ชอบสินค้าใหม่ๆ เป็นกลุ่มแรกที่จะนำไอเดีย หรือสินค้าใหม่ๆออกไปขาย &lt;br /&gt;   ถ้าไอเดีย หรือสินค้านั้นมีเกลื่อนตลาดแล้ว กลุ่มนี้จะเลิกสนใจ &lt;br /&gt;   นักปิดจะแสดงตนในภาพของผู้เชี่ยวชาญในสินค้าหรือบริการ&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ที่ปรึกษา กลุ่มนี้จะมีนิสัยชอบวางแผนการนำเสนอเป็นระบบ มีวิธีการ &lt;br /&gt;   ทำตัวเป็นที่ปรึกษา ในการนำเสนอมักจะเสนอความคุ้มครองที่เต็มมูลค่า &lt;br /&gt;   ซึ่งได้มาจากการวิเคราะห์ผู้มุ่งหวังอย่างดีแล้ว &lt;br /&gt;   ถ้าไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในสถานะของผู้มุ่งหวังมากพอ &lt;br /&gt;   จะไม่นำเสนอแผนการใดๆ และมักมีนิสัยไม่ชอบเข้าสังคมกับลูกค้า &lt;br /&gt;   (เรียกได้ว่าไม่ชอบเจ๊าะแจ๊ะ) ถ้าไม่จำเป็นจริงๆแล้ว &lt;br /&gt;   ถึงจำเป็นก็จะรู้สึกอึดอัด &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &amp;nbsp;เพื่อนเก่า กลุ่มนี้จะสานสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างยาวนาน &lt;br /&gt;   จะชอบสร้างสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทกับลูกค้า ทำตัวประหนึ่งคนในครอบครัว &lt;br /&gt;   และเป็นที่ปรึกษาไปพร้อมๆกัน&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ตัวแทนที่ประสบความสำเร็จสูงๆ จะรู้ชัดว่าตนเองเป็นคนชนิดใด &lt;br /&gt;   และจะใช้จุดแข็งของตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด &lt;br /&gt;   นักปิดจะทำงานไม่ได้ผลเลยเมื่อพยายามติดตามและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า &lt;br /&gt;   ในขณะที่ เพื่อนเก่าจะรู้สึกว่า &lt;br /&gt;   ผิดจรรยาบรรณที่จะเร่งรัดลูกค้าให้ซื้อในภาวะที่เขายังไม่รู้สึกอยากจะซื้อ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; font-weight:700"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="font-family: Tahoma; font-weight:700"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;table class="MsoNormalTable" border="1" cellspacing="1" cellpadding="0" style="width: 865px; border: 0px outset black; " id="table2"&gt;&lt;br /&gt;    &lt;tr&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span style="font-family: Tahoma; font-weight:700"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal" align="center" style="text-align:center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3611;&amp;#3636;&amp;#3604;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal" align="center" style="text-align:center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3611;&amp;#3619;&amp;#3638;&amp;#3585;&amp;#3625;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 275px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal" align="center" style="text-align:center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3648;&amp;#3614;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3585;&amp;#3656;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;    &lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;    &lt;tr&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" align="center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; "&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3619;&amp;#3641;&amp;#3611;&amp;#3649;&amp;#3610;&amp;#3610;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" align="center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3649;&amp;#3626;&amp;#3604;&amp;#3591;&amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632; &lt;br /&gt;     &amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3648;&amp;#3594;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3617;&amp;#3633;&amp;#3656;&amp;#3609;&amp;#3626;&amp;#3641;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" align="center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3612;&amp;#3641;&amp;#3657;&amp;#3594;&amp;#3635;&amp;#3609;&amp;#3634;&amp;#3597;&amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632; &lt;br /&gt;     &amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3626;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3606;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 275px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" align="center"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3652;&amp;#3623;&amp;#3657;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3591;&amp;#3651;&amp;#3592;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657; &lt;br /&gt;     &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3595;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3626;&amp;#3633;&amp;#3605;&amp;#3618;&amp;#3660;&amp;#3605;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3621;&amp;#3641;&amp;#3585;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;    &lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;    &lt;tr&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; "&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3607;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3625;&amp;#3632;&amp;#3626;&amp;#3635;&amp;#3588;&amp;#3633;&amp;#3597;&amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3617;&amp;#3637;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3626;&amp;#3619;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3591;&amp;#3629;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3617;&amp;#3603;&amp;#3660; &lt;br /&gt;     &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3585;&amp;#3619;&amp;#3632;&amp;#3605;&amp;#3639;&amp;#3629;&amp;#3619;&amp;#3639;&amp;#3629;&amp;#3619;&amp;#3657;&amp;#3609;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3651;&amp;#3627;&amp;#3657;&amp;#3650;&amp;#3629;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3626; &amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3592;&amp;#3632;&amp;#3595;&amp;#3639;&amp;#3657;&amp;#3629;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3626;&amp;#3619;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3591;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3648;&amp;#3619;&amp;#3656;&amp;#3591;&amp;#3604;&amp;#3656;&amp;#3623;&amp;#3609;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3626;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3606;&amp;#3651;&amp;#3609;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3629;&amp;#3608;&amp;#3636;&amp;#3610;&amp;#3634;&amp;#3618;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3648;&amp;#3619;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3607;&amp;#3634;&amp;#3591;&amp;#3648;&amp;#3607;&amp;#3588;&amp;#3609;&amp;#3636;&amp;#3588;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3609;&amp;#3656;&amp;#3634;&amp;#3648;&amp;#3594;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3606;&amp;#3639;&amp;#3629;&amp;#3649;&amp;#3610;&amp;#3610;&amp;#3617;&amp;#3639;&amp;#3629;&amp;#3629;&amp;#3634;&amp;#3594;&amp;#3637;&amp;#3614;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3588;&amp;#3609;&amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3619;&amp;#3632;&amp;#3610;&amp;#3610;&amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3592;&amp;#3633;&amp;#3604;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3605;&amp;#3629;&amp;#3610;&amp;#3586;&amp;#3657;&amp;#3629;&amp;#3650;&amp;#3605;&amp;#3657;&amp;#3649;&amp;#3618;&amp;#3657;&amp;#3591;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 275px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3612;&amp;#3641;&amp;#3657;&amp;#3626;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3610;&amp;#3626;&amp;#3609;&amp;#3640;&amp;#3609;&amp;#3621;&amp;#3641;&amp;#3585;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3649;&amp;#3626;&amp;#3604;&amp;#3591;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3619;&amp;#3641;&amp;#3657;&amp;#3648;&amp;#3619;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3626;&amp;#3636;&amp;#3609;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657;&amp;#3604;&amp;#3637;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3610;&amp;#3619;&amp;#3636;&amp;#3627;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3648;&amp;#3623;&amp;#3621;&amp;#3634;&amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3621;&amp;#3641;&amp;#3585;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;    &lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;    &lt;tr style="height: 57.0pt"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="height: 57.0pt; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; "&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3592;&amp;#3640;&amp;#3604;&amp;#3649;&amp;#3586;&amp;#3655;&amp;#3591;&amp;#3586;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3605;&amp;#3633;&amp;#3623;&amp;#3648;&amp;#3629;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 200px; height: 57.0pt; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3592;&amp;#3633;&amp;#3604;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3618;&amp;#3629;&amp;#3617;&amp;#3619;&amp;#3633;&amp;#3610;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3629;&amp;#3633;&amp;#3605;&amp;#3619;&amp;#3634;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3621;&amp;#3657;&amp;#3617;&amp;#3648;&amp;#3627;&amp;#3621;&amp;#3623;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657;&amp;#3626;&amp;#3641;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3592;&amp;#3633;&amp;#3604;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3586;&amp;#3657;&amp;#3629;&amp;#3650;&amp;#3605;&amp;#3657;&amp;#3649;&amp;#3618;&amp;#3657;&amp;#3591;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657;&amp;#3604;&amp;#3637;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 262px; height: 57.0pt; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3626;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3606;&amp;#3592;&amp;#3633;&amp;#3604;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3585;&amp;#3633;&amp;#3610;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3648;&amp;#3612;&amp;#3594;&amp;#3636;&amp;#3597;&amp;#3627;&amp;#3609;&amp;#3657;&amp;#3634; &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3648;&amp;#3592;&amp;#3619;&amp;#3592;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3592;&amp;#3633;&amp;#3604;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&amp;#3586;&amp;#3657;&amp;#3629;&amp;#3650;&amp;#3605;&amp;#3657;&amp;#3649;&amp;#3618;&amp;#3657;&amp;#3591;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657;&amp;#3604;&amp;#3637;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 275px; height: 57.0pt; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3629;&amp;#3604;&amp;#3607;&amp;#3609;&amp;#3618;&amp;#3639;&amp;#3609;&amp;#3585;&amp;#3619;&amp;#3634;&amp;#3609;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;    &lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;    &lt;tr&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 105px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma; "&gt;&lt;br /&gt;     &amp;#3621;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3625;&amp;#3603;&amp;#3632;&amp;#3609;&amp;#3636;&amp;#3626;&amp;#3633;&amp;#3618;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 200px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3588;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3636;&amp;#3604;&amp;#3648;&amp;#3612;&amp;#3618;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3588;&amp;#3609;&amp;#3586;&amp;#3618;&amp;#3633;&amp;#3609;&amp;#3586;&amp;#3633;&amp;#3609;&amp;#3649;&amp;#3586;&amp;#3655;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3609;&amp;#3636;&amp;#3626;&amp;#3633;&amp;#3618;&amp;#3607;&amp;#3635;&amp;#3591;&amp;#3634;&amp;#3609;&amp;#3627;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3585;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3594;&amp;#3629;&amp;#3610;&amp;#3649;&amp;#3586;&amp;#3656;&amp;#3591;&amp;#3586;&amp;#3633;&amp;#3609;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3616;&amp;#3634;&amp;#3614;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3626;&amp;#3635;&amp;#3648;&amp;#3619;&amp;#3655;&amp;#3592;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3649;&amp;#3605;&amp;#3656;&amp;#3652;&amp;#3617;&amp;#3656;&amp;#3588;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3618;&amp;#3619;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3625;&amp;#3634;&amp;#3652;&amp;#3623;&amp;#3657;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3588;&amp;#3636;&amp;#3604;&amp;#3610;&amp;#3623;&amp;#3585;&amp;#3648;&amp;#3626;&amp;#3617;&amp;#3629;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3648;&amp;#3594;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3617;&amp;#3633;&amp;#3656;&amp;#3609;&amp;#3605;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3626;&amp;#3641;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 262px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3618;&amp;#3638;&amp;#3604;&amp;#3617;&amp;#3633;&amp;#3656;&amp;#3609;&amp;#3651;&amp;#3609;&amp;#3629;&amp;#3634;&amp;#3594;&amp;#3637;&amp;#3614;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3619;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3625;&amp;#3634;&amp;#3627;&amp;#3609;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3605;&amp;#3634; &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3616;&amp;#3634;&amp;#3614;&amp;#3621;&amp;#3633;&amp;#3585;&amp;#3625;&amp;#3603;&amp;#3660;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3623;&amp;#3636;&amp;#3594;&amp;#3634;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3629;&amp;#3604;&amp;#3607;&amp;#3609;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3648;&amp;#3594;&amp;#3639;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3617;&amp;#3633;&amp;#3656;&amp;#3609;&amp;#3651;&amp;#3609;&amp;#3605;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3629;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3629;&amp;#3636;&amp;#3626;&amp;#3619;&amp;#3632; &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3614;&amp;#3633;&amp;#3602;&amp;#3609;&amp;#3634;&amp;#3605;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3629;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;     &lt;td style="width: 275px; border: medium none black; padding: .75pt; background: #C0C0C0" valign="top"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3607;&amp;#3635;&amp;#3591;&amp;#3634;&amp;#3609;&amp;#3627;&amp;#3609;&amp;#3633;&amp;#3585; &lt;br /&gt;     (&amp;#3592;&amp;#3632;&amp;#3619;&amp;#3641;&amp;#3657;&amp;#3626;&amp;#3638;&amp;#3585;&amp;#3612;&amp;#3636;&amp;#3604;&amp;#3606;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3652;&amp;#3617;&amp;#3656;&amp;#3652;&amp;#3604;&amp;#3657;&amp;#3607;&amp;#3635;&amp;#3629;&amp;#3632;&amp;#3652;&amp;#3619;)&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma"&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3614;&amp;#3629;&amp;#3651;&amp;#3592;&amp;#3605;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3629;&amp;#3636;&amp;#3626;&amp;#3619;&amp;#3632;&lt;/span&gt; (&lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3649;&amp;#3605;&amp;#3656;&amp;#3652;&amp;#3617;&amp;#3656;&amp;#3594;&amp;#3629;&amp;#3610;&amp;#3648;&amp;#3611;&amp;#3655;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3627;&amp;#3617;&amp;#3639;&amp;#3629;&amp;#3609;&amp;#3648;&amp;#3592;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3609;&amp;#3634;&amp;#3618;)&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3651;&amp;#3627;&amp;#3657;&amp;#3588;&amp;#3623;&amp;#3634;&amp;#3617;&amp;#3619;&amp;#3656;&amp;#3623;&amp;#3617;&amp;#3617;&amp;#3639;&amp;#3629;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3618;&amp;#3638;&amp;#3604;&amp;#3617;&amp;#3633;&amp;#3656;&amp;#3609;&amp;#3586;&amp;#3609;&amp;#3610;&amp;#3608;&amp;#3619;&amp;#3619;&amp;#3617;&amp;#3648;&amp;#3609;&amp;#3637;&amp;#3618;&amp;#3617; &lt;br /&gt;     &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3648;&amp;#3619;&amp;#3637;&amp;#3618;&amp;#3609;&amp;#3619;&amp;#3641;&amp;#3657;&amp;#3626;&amp;#3636;&amp;#3656;&amp;#3591;&amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3606;&amp;#3641;&amp;#3585;&amp;#3605;&amp;#3657;&amp;#3629;&amp;#3591;&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br&gt;&lt;br /&gt;     &lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3648;&amp;#3627;&amp;#3609;&amp;#3637;&amp;#3618;&amp;#3623;&amp;#3649;&amp;#3609;&amp;#3656;&amp;#3609;&amp;#3605;&amp;#3656;&amp;#3629;&amp;#3619;&amp;#3632;&amp;#3610;&amp;#3610;&amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3617;&amp;#3637;&amp;#3588;&amp;#3640;&amp;#3603;&amp;#3588;&amp;#3656;&amp;#3634;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;    &lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;   &lt;/table&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="font-family: Tahoma; "&gt;2.&lt;span lang="TH"&gt;&amp;#3592;&amp;#3635;&amp;#3649;&amp;#3609;&amp;#3585;&amp;#3649;&amp;#3610;&amp;#3656;&amp;#3591;&amp;#3594;&amp;#3609;&amp;#3636;&amp;#3604;&amp;#3621;&amp;#3641;&amp;#3585;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3634; &lt;br /&gt;   &amp;#3649;&amp;#3621;&amp;#3632;&amp;#3648;&amp;#3621;&amp;#3639;&amp;#3629;&amp;#3585;&amp;#3594;&amp;#3609;&amp;#3636;&amp;#3604;&amp;#3586;&amp;#3629;&amp;#3591;&amp;#3621;&amp;#3641;&amp;#3585;&amp;#3588;&amp;#3657;&amp;#3634;&amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3648;&amp;#3627;&amp;#3617;&amp;#3634;&amp;#3632;&amp;#3626;&amp;#3617;&amp;#3585;&amp;#3633;&amp;#3610;&amp;#3605;&amp;#3633;&amp;#3623;&amp;#3588;&amp;#3640;&amp;#3603;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma"&gt;&amp;#3607;&amp;#3637;&amp;#3656;&amp;#3592;&amp;#3632;&amp;#3610;&amp;#3619;&amp;#3636;&amp;#3585;&amp;#3634;&amp;#3619;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;font size="2"&gt;ลูกค้าไม่เหมือนกัน &lt;br /&gt;   คำพูดนี้ฟังดูชัดเจน แต่มีนักขายที่อ่อนหัด &lt;br /&gt;   หรือพวกล้มเหลวพยายามที่จะปฎิบัติต่อลูกค้าเหมือนกับว่าพวกเขาเหมือนกันหมด &lt;br /&gt;   หรือไม่ก็แบ่งชนิดลูกค้าออกแบบหยุมหยิม&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   นักขายชั้นนำจะแบ่งลูกค้าออกด้วยหลักใหญ่ๆ 2 อย่างคือ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;1.รายละเอียดและความซับซ้อนแค่ไหน &lt;br /&gt;   ที่ลูกค้าต้องการจัดการด้วยตนเอง และ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   2.ลูกค้าต้องการเข้าใจ และจะตัดสินใจทางด้านเทคนิคมากแค่ไหนด้วยตนเอง&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   รูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้า &lt;br /&gt;   จะทำได้โดยการตอบคำถามสองข้อข้างต้น &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   Hi-Touch &lt;br /&gt;   ลูกค้าที่ไม่ต้องการยุ่งยากลำบากในการทำความเข้าใจรายละเอียดข้อมูลที่ซับซ้อน &lt;br /&gt;   ตัวแทน &lt;br /&gt;   นักขายต้องให้ความช่วยเหลือโดยการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปเข้าใจง่ายๆ &lt;br /&gt;   และนำลูกค้าสู่การตัดสินใจ เรียกการขายแบบนี้ว่า Hi-Touch&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   Hi-Tech เพื่ออธิบายข้อมูลทางเทคนิคให้กระจ่างชัด &lt;br /&gt;   ลูกค้าที่ต้องการตัดสินใจด้วยตนเองอย่างมีคุณภาพ &lt;br /&gt;   แต่ไม่มีเวลาหรือมีความสนใจที่จะมาเรียนรู้ทางเทคนิค &lt;br /&gt;   เขาต้องการความช่วยเหลือทางเทคนิค การอธิบาย การยกตัวอย่าง &lt;br /&gt;   เราเรียกการขายแบบนี้ว่า Hi-Tech &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   การแบ่งชนิดลูกค้าสามแบบที่นักขายชั้นนำมุ่งเป้าเพื่อขาย&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ลูกค้าที่ซื้อจากนักปิด ลูกค้าประเภทนี้มักจะเป็นคนจุกจิก &lt;br /&gt;   ต้องการตัดสินใจด้วยตัวเองทุกอย่าง พวกเขาต้องการ การขายแบบ Hi-Tech &lt;br /&gt;   เพื่อช่วยอธิบายรายละเอียดทางเทคนิค &lt;br /&gt;   แต่กลับไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับการตัดสินใจของตนเอง &lt;br /&gt;   นักปิดที่จะขายในกลุ่มนี้ซึ่งจะมีกลุ่มคนที่ฐานะ(พวกที่รวยแต่ตระหนี่) &lt;br /&gt;   พวกที่คิดว่าตนเองเป็นนักการเงินที่ฉลาด เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก &lt;br /&gt;   กลุ่มนี้จะตัดสินใจด้วยตัวเองเข้าใจภาษาเทคนิค &lt;br /&gt;   และไม่ตัดสินอะไรจากข้อมูลแหล่งเดียว &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ลูกค้าที่ซื้อจากที่ปรึกษา &lt;br /&gt;   กลุ่มลูกค้านี้มักจะเป็นคนชั้นกลางขึ้นไปที่ทำงานในองค์กรใหญ่ๆ &lt;br /&gt;   กำลังก้าวหน้า จะไม่มีเวลามายุ่งกับรายละเอียดมากนัก &lt;br /&gt;   นักขายที่เป็นที่ปรึกษาจะได้รับความไว้วางใจในลักษณะเดียวกับที่เขาไว้ใจพนักงานคนหนึ่งในองค์กรของเขา &lt;br /&gt;   นักขายจะต้องทำการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และนำเสนออย่างเป็นระบบ &lt;br /&gt;   ซึ่งจะทำให้ต้องใช้การขายทั้งแบบ Hi-Touch และ Hi-Tech ร่วมกัน &lt;br /&gt;   นักขายจะต้องเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้พร้อมตัดสินใจได้ &lt;br /&gt;   และปล่อยให้เจ้านาย(ลูกค้า)เป็นผู้ตัดสินใจ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ลูกค้าที่ซื้อจาก เพื่อนเก่า &lt;br /&gt;   กลุ่มนี้จะมองหาความมั่นคงและการคุ้มครองในระยะยาว &lt;br /&gt;   ฉนั้นเขาจะมองหาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนมากกว่า &lt;br /&gt;   เขาจะไม่คิดว่าเรื่องการเงินเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เขาสนใจในครอบครัว &lt;br /&gt;   ในทักษะการทำงาน ความสามารถ ธุรกิจมากกว่า การไปงานสังสรรค์ งานแต่งงาน &lt;br /&gt;   อาจจะมีความสำคัญมากกว่ารถใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ &lt;br /&gt;   เขาจะไม่มองว่าความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งที่รู้ &lt;br /&gt;   แต่จะสนใจก็ต่อเมื่อปัญหานั้นปรากฏขึ้น เขาถึงจะสนใจ นั่นทำให้ &lt;br /&gt;   นักขายแบบเพื่อนเก่าจึงเหมาะที่จะติดตามกลุ่มนี้ &lt;br /&gt;   เพราะเขาจะมองว่านักขายเป็นเพื่อนเก่าที่ไว้ใจได้ &lt;br /&gt;   และจะมาช่วยเหลือทันเวลาเมื่อเขามีปัญหาเกิดขึ้น &lt;br /&gt;   นักขายแบบเพื่อนเก่าควรมองกลุ่มคนชั้นกลาง ที่มั่นคง &lt;br /&gt;   หรือกลุ่มผู้ซื้อที่มีความระมัดระวังเป็นพิเศษ(ขี้ระแวง)ที่จะซื้อจากนักขาย&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;/font&gt;&lt;b&gt;3.สร้างและพัฒนาเครือข่ายคนรู้จักใหม่ๆ อย่างมีคุณภาพ&lt;/b&gt;&lt;font size="2"&gt; &lt;br /&gt;   คุณสามารถทำนายอนาคตของนักขายว่าจะรุ่งหรือไม่ก็จากรายชื่อที่มีคุณภาพที่เขารู้จัก &lt;br /&gt;   ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อเพื่อนทางธุรกิจ หรือคนคุ้นเคย &lt;br /&gt;   การจะมีรายชื่อที่ดีอย่างต่อเนื่องขึ้นอยู่กับทักษะ &lt;br /&gt;   และวินัยในการสร้างเครือข่ายผู้มุ่งหวัง&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   โดยอาศัยหลักการสามข้อต่อไปนี้ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;1.เครือข่ายจะเกิดโดยการสร้างโอกาสที่จะได้พบคนในสถานการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขาย&lt;/font&gt; &lt;br /&gt;   นักสร้างเครือข่ายที่ดี จะหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมสังคม &lt;br /&gt;   ไม่ว่าจะเป็นการกุศล หรือการอาสาสมัคร &lt;br /&gt;   หรือกลุ่มธุรกิจต่างๆมากเท่าที่จะทำได้ นักขายระดับยอดจะมีสโมสร &lt;br /&gt;   กลุ่มกิจกรรมต่างๆ ที่เขาจะสามารถขายได้โดยตรงสามถึงห้ากลุ่ม &lt;br /&gt;   ที่ทำกิจกรรมด้วยในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ได้ร่วมในกลุ่มกิจกรรมเหล่านี้ &lt;br /&gt;   นักขายจะพยายามทำตัวให้ถูกเชิญไปเข้ากลุ่ม &lt;br /&gt;   โดยปกติกลุ่มเหล่านี้สนใจที่จะได้ฟังความคิดใหม่ๆ (ที่ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายโดยตรง) &lt;br /&gt;   ถ้านักขายมีความสามารถในการพูด &lt;br /&gt;   และมีหัวข้อที่น่าสนใจก็มักจะได้รับเชิญให้เข้าร่วม &lt;br /&gt;   ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้ตนเอง &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   นักสร้างเครือข่ายจะทราบดีว่านี่เป็นเกมของตัวเลข &lt;br /&gt;   ยิ่งเขาสร้างโอกาสที่จะเปิดตัวให้รู้จักคนมากเท่าไร &lt;br /&gt;   ก็จะมีโอกาสขายมากเท่านั้น &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;2.คุณภาพของเครือข่ายที่ &lt;br /&gt;   นักขายสร้างจะมีคุณภาพมากน้อยวัดได้จาก &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;   ความเข้ากันได้แค่ไหนของกลุ่มผู้มุ่งหวังกับสินค้า &lt;br /&gt;   หรือบริการที่นักขายจะนำเสนอ เช่นถ้าจะขายกรมธรรม์ทุนการศึกษา &lt;br /&gt;   การเข้าร่วมกิจกรรมในโรงเรียนอนุบาลที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย &lt;br /&gt;   จะคาดหวังผลได้ดีกว่า &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;3.การพบปะผู้คนเป็นเพียงขั้นตอนแรก &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;   แต่การทำให้ผู้มุ่งหวังจดจำได้โดยการ เตือนให้ระลึกถึงเช่น &lt;br /&gt;   ส่งจดหมายขอบคุณ ส่งการ์ดวันเกิด ฯ &lt;br /&gt;   เพื่อเตือนความจำให้ผู้มุ่งหวังจำได้ว่าคุณคือใคร &lt;br /&gt;   เมื่อความจำเป็นที่จะต้องใช้สินค้าเกิดขึ้น &lt;br /&gt;   นักขายที่สร้างสิ่งนี้จะเป็นคนแรกที่เขานึกถึง &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;4.วางตัวเป็นมืออาชีพโดยการแสดงความเป็นมืออาชีพ&lt;/font&gt; &lt;br /&gt;   ที่ได้มาจากการใส่ใจในความรู้สึกและผลประโยชน์ของลูกค้าก่อนที่จะมีการเสนอขาย &lt;br /&gt;   นักขายแบบ ที่ปรึกษาและ &lt;br /&gt;   แบบเพื่อนเก่าจะขายความเป็นมืออาชีพของตนเองก่อนที่จะขายสินค้า &lt;br /&gt;   เมื่อจะนำเสนอ นักขายจะเสนอแนะในลักษณะของวิธีแก้ปัญหา &lt;br /&gt;   เขาจะแนะนำเมื่อปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว นักขายจะสนใจ &lt;br /&gt;   และทำการบ้านมากพอที่จะนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมกับปัญหาของลูกค้า &lt;br /&gt;   มากกว่าแค่เสนอขายสินค้า &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ในความรู้สึกแบบนี้เมื่อนักขายเข้าพบลูกค้า &lt;br /&gt;   เขาจะเข้าพบในฐานะนักขายมืออาชีพผู้เสนอทางแก้ปัญหา &lt;br /&gt;   ไม่ใช่นักขายจอมตื้อที่จะขายสินค้าให้ได้&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;5.ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถประเมินว่าสินค้าเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;   &lt;/font&gt;แต่เขาสามารถประเมินตัวแทนของสินค้านั้นได้ และเขาจะทำด้วย &lt;br /&gt;   นั่นคือนักขายได้ง่ายกว่า &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   สินค้าบางอย่างลูกค้าไม่สามารถทดสอบได้ แต่ลูกค้ารู้สึกได้ว่า &lt;br /&gt;   ตัวแทนของสินค้านั้นน่าไว้วางใจหรือไม่ ถ้าเขาไว้ใจตัวแทนนั้น &lt;br /&gt;   เขาก็จะไว้ใจสินค้าด้วย ในการขายประกันชีวิต &lt;br /&gt;   ลูกค้าคงทดลองสินค้าด้วยการลองเสียชีวิตไม่ได้ &lt;br /&gt;   แต่ถ้านักขายมีความน่าเชื่อถือ ลูกค้าก็จะเชื่อถือด้วย &lt;br /&gt;   สิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะตัวแทนพูดน่าเชื่อถือ &lt;br /&gt;   แต่เพราะลูกค้าเชื่อในสิ่งที่ตัวแทนเชื่อ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ตัวแทนจะเชื่อถือในการประกันชีวิตได้ก็โดยการมีประกันชีวิตมากพอเท่านั้น &lt;br /&gt;   สมมุติว่าผมยื่นน้ำแก้วหนึ่งให้คุณและบอกว่านี่เป็นน้ำวิเศษ &lt;br /&gt;   ดื่มแล้วจะสุขภาพดีตลอดไป คุณถามผมว่า ผมดื่มหรือยัง ถ้าผมตอบว่า เอ้อ &lt;br /&gt;   ยังเลย ว่าจะดื่มอยู่เหมือนกัน คุณจะเชื่อและยอมดื่มน้ำแก้วนี้ไหม &lt;br /&gt;   แต่ถ้าผมบอกว่า ผมดื่มทุกวันเลย ดูสิสุขภาพผมแข็งแรงจริงๆ &lt;br /&gt;   คุณจะเชื่อตามผมหรือไม่ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   แต่การที่ลูกค้าจะเชื่อนักขายหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับสองปัจจัยต่อไปนี้&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   1.นักขายทำตามคำสัญญาเสมอ และมักจะทำให้มากกว่าที่สัญญา &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   2.เมื่อนักขายไม่รู้คำตอบ หรือทำผิด เขาจะยอมรับ &lt;br /&gt;   และรีบแก้ไขให้ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ลูกค้าจะรู้สึกว่าคนที่ยอมรับว่าทำผิด และแก้ไข คนที่ทำตามสัญญา &lt;br /&gt;   คนที่ทำมากกว่าที่พูด เป็นคนที่น่าไว้วางใจ &lt;br /&gt;   และเป็นคนที่มีคุณค่ามากพอที่จะไว้วางใจ &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;font color="#008080"&gt;6.ลูกค้าไม่ต้องการตัวเลือกมากๆ &lt;br /&gt;   เขาต้องการสินค้าหรือบริการที่ จัดเตรียมให้เหมาะกับเขาโดยเฉพาะมากกว่า&lt;/font&gt; &lt;br /&gt;   เราขายผลประโยชน์ที่สินค้านั้นให้ ไม่ใช่ขายสัญญา และตัวเลือกที่มากมาย &lt;br /&gt;   ลูกค้าไม่มีทางรู้ได้ว่าเขาจะเลือกอะไรให้เหมาะกับตัวเอง &lt;br /&gt;   ถ้ามีข้อเสนอมากมายให้พิจารณา &lt;br /&gt;   เขาคงต้องเข้าเรียนวิชาซื้อประกันชีวิตก่อนที่จะเลือกได้ว่าจะซื้อสัญญาแบบใดบ้าง &lt;br /&gt;   ตัวแทนเพียงนำเสนอให้เข้าใจง่ายที่สุดว่าลูกค้าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างเมื่อซื้อกรมธรรม์ฉบับนี้ &lt;br /&gt;   เช่นถ้าตาย ครอบครัวจะได้เงินเท่าไร ถ้าพิการจะมีเงินเลี้ยงดูแค่ไหน &lt;br /&gt;   ถ้าเจ็บป่วยจะมีเงินรักษามากเพียงใด &lt;br /&gt;   นักขายเพียงแต่บอกว่าขณะนี้เวลาเท่าไร &lt;br /&gt;   ไม่ใช่บอกว่านาฬิกานี้สร้างให้เดินได้อย่างไร &lt;br /&gt;   ตัวแทนยังคงต้องพูดในรายละเอียดของสัญญามากเท่าที่ลูกค้ายังคงต้องการฟังและเข้าใจได้ &lt;br /&gt;   ถ้านอกเหนือจากนั้นตัวแทนต้องพูดให้ฟังเข้าใจง่ายที่สุดถึงประโยชน์ที่จะได้&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   อย่าเรียกตัวเองว่านักขายถ้าคุณยังไม่มีความสุขที่จะทำงานนี้ &lt;br /&gt;   และคุณยังไม่รู้ว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จได้ด้วยกฏง่ายๆหกข้อนี้ &lt;br /&gt;   แต่เป็นความง่ายที่ต้องอาศัยวินัย และการทำงานอย่างต่อเนื่องเท่านั้น&lt;br&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br&gt;&lt;br /&gt;   ที่มา : 2insurepeople.com&lt;b&gt;&lt;br&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;   &lt;/font&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt; &lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-2122203555674610372?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/2122203555674610372/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_905.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/2122203555674610372'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/2122203555674610372'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_905.html' title='งานขาย   อย่าเรียกตัวเองว่านักขาย ถ้า…'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4878676348282781953</id><published>2009-10-24T12:30:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:38:37.671-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>อยากขายประกัน? งานขายประกัน</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNXVHBGfqI/AAAAAAAAACI/sGtYEhUFoRE/s1600-h/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5396252798692523682" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 127px; CURSOR: hand; HEIGHT: 117px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNXVHBGfqI/AAAAAAAAACI/sGtYEhUFoRE/s320/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;อยากขายประกัน? งานขายประกัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;งานขายประกัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เป็นอาชีพอิสระอาชีพหนึ่ง ซึ่งอยู่ในระบบขายตรง ในรูปแบบของการตลาดหลายชั้น (MLM) ไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่มีสัญญาจ้าง จึงไม่ได้สิทธิ์ของพนักงานบริษัททั่วไป สัญญาที่มีเป็นเพียง contactor เท่านั้น นั่นหมายความว่า &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;บริษัทจะเลิกสัญญากับเราเมื่อไรก็ได้ !! (จุดนี้พึงระวัง !!!)&lt;/span&gt; ต้องจัดสรรค์เวลากันเอง เวลาไหนจะไปหาลูกค้า, ประชุม, ศึกษาหาความรู้ต้องมีระเบียบวินัยในตัวเองสูงจึงจะอยู่รอดได้ในอาชีพได้ โดยทั่วไป คนส่วนมากมักจะชอบทำงานที่มีรายได้แน่นอน สิ้นเดือนก็มีเงินมา และเคยชินกับการสั่งให้ทำตามหน้าที่ ไม่ชอบคิดเอง ไม่ชอบวางแผนเอง ดังนั้นหาก คนเหล่านี้มาอยู่ในอาชีพขายประกัน หรือ งานอื่นใดที่ใกล้เคียงลักษณะแบบนี้ คนเหล่านี้จะ งง? ทำอะไรไม่ถูก จะรู้สึกอ้างว้าง (ไม่ชินกับการเป็นเจ้านายตัวเอง) แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะหมดไปเมื่อเวลาผ่านไป &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;ความก้าวหน้าของงานเป็นอย่างไร?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เมื่อทำไปนานเข้าเมื่อได้ผลงานตามระเบียบที่กำหนด ก็ได้เป็นผู้จัดการ ก็สามารถสร้างเครือข่าย มีทีมงาน พูดง่ายๆ สร้างทีมเอง ถ้าลูกทีมขายได้ บริษัทจะมี รายได้ให้อีกส่วนหนึ่ง เป็น ค่าบริหารซึ่งแล้วแต่ผลงานที่ผลิตได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ถ้าบริหารทีมงานดีๆ มีผลงานเยอะ รายได้ก็ตามมา ขายเองเพียงนิดหน่อยตามโควต้าที่กำหนดเท่านั้น และเมื่อระบบคงที่อยู่ตัว หมายถึง ระบบดูแลตัวแทน ไม่ว่าจะเป็นการเทรนนิ่ง รีครูตติ้ง ซุปเปอร์ไวส์ เมนเทน อื่นๆ เราก็สามารถไปไหนก็ได้ ไปเที่ยวสัก1 เดือน แล้วรายได้ยังโอนผ่านเข้ามาทางบัญชีเรา แต่ ...ในทางปฏิบัติ ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง เช่น บริการลูกค้า ขายใหม่ นัดหมาย ประชุมสำคัญ ความโลภ เนื่องจากโดยทั่วไป คนเราจะมีความโลภ เสียดายรายได้ อะไรอีกมากมาย ก็คิดกันดีๆ ตรงจุดนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;ลักษณะของงานประกันชีวิต&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;งานประกันชีวิต เป็นงานที่เสมือนต้องอุทิศทั้งชีวิตให้กับมัน เนื่องจากเป็นลักษณะที่ต้องบริการตลอดเวลา ติดต่อกับคนตลอดเวลา ต้องพบปะผู้คนเยอะ มากหน้าหลายตา ต้องถามตัวเองว่าชอบงานลักษณะนี้ไหม ?&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;ถ้าจะทำเป็นพาสไทม์ (Past time)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ถ้าจะทำเป็นงานเสริม เเล้วอนาคตตั้งใจว่าจะออกมาทำเต็มตัว(full time) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และถ้าเรามีความมั่นใจ ชอบงานประเภทนี้ และพอมีเงินเหลือไว้ทำทุนบ้างช่วงเริ่มต้นทำงานนี้ใหม่ๆ ก็ยิ่งดีสามารถลาออกจากงานประจำมาเลย และใช้เวลาศึกษาอย่างจิงจังและสำร็จในอาชีพได้เร็วขึ้นอย่างไรก็ตามทุกอาชีพ บนโลกนี้มีทั้งข้อดีและไม่ดี ในตัวมัน &lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ไม่มีงานไหนที่วิเศษเลิศเลอเฟอร์เฟคไปหมดทุกอย่าง&lt;/span&gt; ทุกสิ่งต้องแลกจึงจะได้มาจึงต้องถามตัวเองว่า "&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คุณพร้อมจะแลกไหม? และจะแลกด้วยสิ่งใด?&lt;/span&gt;"&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4878676348282781953?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4878676348282781953/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_2171.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4878676348282781953'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4878676348282781953'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_2171.html' title='อยากขายประกัน? งานขายประกัน'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNXVHBGfqI/AAAAAAAAACI/sGtYEhUFoRE/s72-c/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-7820969932068799338</id><published>2009-10-24T12:24:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:30:29.313-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไร</title><content type='html'>&lt;table id="table131" width="605" border="1"&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#333333;"&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เงินได้สุทธิ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;ช่วงเงินได้สุทธิ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อัตราภาษี%&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษีแต่ละขั้น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษีสะสม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;td&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1 - 150,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;150,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ได้รับยกเว้น&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;-&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;-&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;td&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;150,001 - 500,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;350,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;10&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;35,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;35,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;td&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;500,001 - 1,000,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;500,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;20&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;100,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;135,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;td&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1,000,001 - 4,000,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;3,000,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;30&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;900,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1,035,000&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;/tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;tr&gt;&lt;br /&gt;&lt;td&gt;&lt;span class="color000099"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;4,000,001 บาทขึ้นไป&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="middle"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;37&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;/td&gt;&lt;br /&gt;&lt;td align="right"&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วเหลือเท่าใดเรียกว่าเงินได้สุทธิ&lt;br /&gt;นำเงินได้สุทธิมาเทียบตามอัตราภาษี ถ้ามีเงินได้สุทธิคงเหลือ ไม่เกิน 150,000 บาทจะไม่เสียภาษี ตามการคำนวณวิธีแรก&lt;br /&gt;(แต่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับวิธีที่สองว่ามีภาษีหรือไม่ แล้วยึดวิธีที่มีภาษีที่ต้องชำระมากกว่า)&lt;br /&gt;(ดูวิธีการคำนวณตามรายละเอียดด้านล่าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัครโครงการประกันชีวิตได้สิทธิพิเศษนี้ ด้วยเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของเบี้ยประกันที่ส่งต่อปีสูงสุด 100,000 บาท&lt;br /&gt;นำมาคำนวณ&lt;br /&gt;สมมติรายได้ต่อปีเกิน 4,000,000 บาท ฐานภาษีจะอยู่ที่ 37% ดังนั้น หากซื้อประกันส่งเบี้ยปีละ 100,000 บาท&lt;br /&gt;จะได้รับการลดหย่อน = 100,000x37%=37,000 บาท&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-7820969932068799338?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/7820969932068799338/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_6942.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/7820969932068799338'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/7820969932068799338'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_6942.html' title='ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไร'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4787712517120383426</id><published>2009-10-24T12:19:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T12:23:57.721-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันชีวิต'/><title type='text'>ทำไมต้องทำประกันชีวิต</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNUF9LD_7I/AAAAAAAAACA/f8mAbW_xM7Y/s1600-h/insure.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5396249239817027506" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 212px; CURSOR: hand; HEIGHT: 235px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNUF9LD_7I/AAAAAAAAACA/f8mAbW_xM7Y/s320/insure.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ทำไมต้องทำประกันชีวิต&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;วงจรชีวิต ปกติของคนเริ่มตั้งแต่เกิดจนเข้าสู่วัยเรียน จากนั้นสู่วัยทำงานสร้างฐานะ เพื่อที่จะแน่ใจได้ว่า อนาคตจะได้มีเงินใช้ ภายหลังจากทำงานเหนื่อยมาหลายสิบปี หวังว่าจะได้พักผ่อนอย่างสบายตอนบั้นปลายชีวิตในวัยเกษียณ จนกระทั่งถึงขั้นสุดท้าย คือการจากไปในวัยอันควร แต่ธรรมชาติของคนเรา เมื่อเกิดมาแล้ว การแก่ การเจ็บ และการตาย เป็นสิ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่พ้น ไม่เลือกวัยว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่เลือกว่าผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ไม่เลือกว่าเรียนอยู่หรือทำงานแล้ว ไม่เลือกว่าคนจนหรือคนรวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคนเราเกิดมา ย่อมมีความต้องการตามมาด้วย ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือ ปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค แต่ในสภาพสังคมปัจจุบัน คนเรายังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอีก เช่น การศึกษาที่ดีของบุตร ต้องการมีรถ เพื่อสะดวกสำหรับการเดินทาง ต้องการพักผ่อนท่องเที่ยวตามใจปรารถนา ฯลฯ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังต้องมีภาระเลี้ยงดูครอบครัว เลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เลี้ยงดูญาติพี่น้องที่อยู่ในอุปการะ ต้องดูแลกิจการหรือธุรกิจ ภาระในการผ่อนชำระหนี้สิน เช่น หนี้สินธุรกิจ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ การซื้อสินค้าโดยระบบเงินผ่อนที่เข้ามามีบทบาทในครอบครัวคนไทย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจำเป็นและภาระต่างๆ เหล่านี้ เราจำเป็นต้องมี เงิน หรือ ต้องมีรายได้ นี่คือหลักความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยส่วนใหญ่แล้ว คนเรามีรายได้มาจากการทำงาน ซึ่งต้องอาศัย ความรู้ เวลา และเครดิตของคนๆนั้น แต่อย่างไรก็ตาม เพราะชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ทุกคนมีความเสี่ยงภัยอยู่ตลอดเวลา ภัยจากการไร้งาน ชรา ทุพพลภาพ และความตาย จะมีใครบอกได้ว่า วันพรุ่งนี้ของเราจะมีหรือไม่ เวลาไหนจะเป็นเวลาสุดท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หากวันนี้เรานอนหลับแล้ว พรุ่งนี้เช้าเราไม่ตื่นขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น ภาระต่างๆ ใครจะรับผิดชอบ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าให้ความตายสร้างหนี้โดยอัตโนมัติ การให้ครอบครัวเป็นผู้ชำระหนี้แทนนั้น ไม่เป็นการยุติธรรม อย่างน้อยที่สุด ที่คนคนหนึ่งควรจะได้ทำ คือ การตายโดยปราศจากหนี้สิน ถ้าต้องจากไปก่อนวัยอันสมควร ครอบครัวของเขาควรจะมีหลักประกันว่า จะไม่ต้องไปจากบ้านที่อยู่อาศัยหลังเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากทุกคนมีโอกาสที่จะพบเหตุการณ์ดังกล่าว เราจึงพยายามที่จะหาทางเลือกเพื่อแก้ปัญหา ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล่อยตามยถากรรม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อถึงเวลาเกิดขึ้นคงมีวิธีแก้ไขได้เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัญญากับตัวเองและครอบครัว ว่าจะไม่เจ็บ จะไม่ป่วย จะไม่พิการ จะไม่จากไปไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หาเงินให้ได้มากที่สุด ในยามที่มีความสามารถในการหารายได้ จะทำงานหาเงิน และ เก็บเงินให้มากที่สุด แต่ปัญหาคือ เงินที่เราเก็บอยู่นั้นเพียงพอที่จะแบกภาระทั้งหมดเมื่อเราไม่อยู่หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เก็บเล็กผสมน้อย ค่อยๆ เก็บ อาจจะเป็นฝากประจำ ฝากแบบเงินต้นเท่ากันทุกงวด นาน 5 ปี, 10 ปี, 20 ปี หวังว่าจะต้องเป็นเงินก้อนใหญ่ในอนาคต แต่เราจะการันตีได้อย่างไรว่า เราจะสามารถฝากได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด หากเราหรือพ่อแม่ พี่น้อง เจ็บป่วยหนัก จะไม่ถอนออกมาใช้ได้หรือไม่ หรือจะยืนกรานอดทนต่อสิ่งยั่วยวนที่จะต้องทำให้เราถอนเงินได้นานเพียงไร และถ้าต้องจากไปก่อนวัยอันควร โดยที่เป้าหมายเงินออมยังไม่บรรลุ จะมีใครช่วยฝากต่อหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำเงินไปลงทุน ในความเป็นจริง ผลตอบแทนมาก ความเสี่ยงย่อมสูงมาก ใครจะรับประกันได้ว่าลงทุนทุกครั้ง กำไรทุกครั้ง ใครจะรับประกันได้ว่าไม่มีการขาดทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เก็บเงินแบบเป็นระบบ และ รับรองเป้าหมาย หากต้องจากไปก่อนวัยอันควร ครอบครัวยังสามารถมีเงินพยุงฐานะ บุตรได้มีโอกาสเรียนจบ แม่ม่ายได้มีเวลาดูแลบุตร พ่อแม่ผู้แก่เฒ่ามีเงินไว้ใช้จ่าย หากโชคดีอายุยืนก็จะมีเงินไว้ให้ตัวเองใช้ในยามชรา โดยไม่จำเป็นต้องเอาเงินก้อนโตมาฝาก เราสามารถทยอยเก็บทีละน้อยได้ การแก้ปัญหาวิธีนี้ก็คือ การประกันชีวิต &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4787712517120383426?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4787712517120383426/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_24.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4787712517120383426'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4787712517120383426'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_24.html' title='ทำไมต้องทำประกันชีวิต'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LpW0LA3w9b4/SuNUF9LD_7I/AAAAAAAAACA/f8mAbW_xM7Y/s72-c/insure.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-3086789667424927596</id><published>2009-10-22T14:09:00.000-07:00</published><updated>2009-10-22T14:12:12.536-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>การประกันสังคมคืออะไร?</title><content type='html'>&lt;strong&gt;การประกันสังคมคืออะไร?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การประกันสังคม คือ การสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตในกลุ่มของสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการเพื่อรับผิด=อบในการเฉลี่ยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากการเจ็บป่วย คลอดบุตร ตาย ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาล&lt;br /&gt;และมีรายได้อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;งานประกันสังคมดำเนินตามกฎหมายอะไร? &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;งานประกันสังคมดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติม&lt;br /&gt;(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ใครคือผู้ประกันตน? &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผู้ประกันตน คือ ลูกจ้างที่เริ่มเข้าทำงาน อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 60 ปี และอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้างจะต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-3086789667424927596?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/3086789667424927596/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_22.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/3086789667424927596'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/3086789667424927596'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_22.html' title='การประกันสังคมคืออะไร?'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-2294872028604566349</id><published>2009-10-21T09:55:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:57:21.957-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>คำศัพท์ในธุรกิจประกันภัย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คำศัพท์ในธุรกิจประกันภัย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      1. ผู้รับประกันภัย ( Insurer ) คือ คู่สัญญาซึ่งตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ให้ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2. ผู้เอาประกันภัย ( Insured ) คือ คู่สัญญาซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยประกันภัยจำนวนหนึ่งให้ผู้รับประกันภัยเมื่อเกิดมีภัยขึ้น ผู้รับประกันภัยจึงจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      3. ผู้รับผลประโยชน์ ( Beneficiary ) คือ บุคคลภายนอกสัญญาประกันภัย ที่มีสิทธิ์เข้ามารับประโยชน์ในค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยนั้น ตามข้อตกลงของผู้เอาประกันภัย กับ ผู้รับประ-กันภัย ดังนั้น เมื่อมีผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยแล้ว ผู้เอาประกันภัยไม่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาอีกต่อไป ผู้รับประโยชน์อาจเป็นบุคคลเดียวกับผู้เอาประกันภัยก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      4. เบี้ยประกันภัย ( Premium ) หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับประ-กันภัย ตามสัญญาประกันภัย ซึ่งการจ่ายอาจจะจ่ายเป็นรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน รายเดือน แล้วแต่จะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      5. กรมธรรม์ประกันภัย ( Policy ) หมายถึง เอกสารที่แสดงข้อตกลง เงื่อนไขต่างๆ ของสัญญาประกันภัย ในกรมธรรม์จะประกอบไปด้วย รายละเอียดต่างๆมากมาย อันเป็นเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆระหว่างผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      6. ทุนประกันหรือจำนวนเงินเอาประกัน ( Sum insured ) หมายถึง จำนวนเงินที่ตกลงกันว่า ผู้รับประกันภัยจะต้องจ่ายให้ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เมื่อเกิดภัยหรือความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกันตามเงื่อนไขในสัญญาหรือกรมธรรม์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก "tsl.tsu.ac.th"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-2294872028604566349?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/2294872028604566349/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_3885.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/2294872028604566349'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/2294872028604566349'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_3885.html' title='คำศัพท์ในธุรกิจประกันภัย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-1136954854442672236</id><published>2009-10-21T09:52:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:54:47.098-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>ประเภทของการประกันภัย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;ประเภทของการประกันภัย&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;  ในการแบ่งประเภทของการประกันภัยนั้น เราพิจารณาการแบ่งประเภทได้เป็น 2 ลักษณะ คือ&lt;br /&gt;       1. การแบ่งประเภทของการประกันภัยตามหลักวิชาการประกันภัย&lt;br /&gt;       2. การแบ่งประเภทของการประกันภัยตามหลักการทางธุรกิจประกันภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแบ่งประเภทของการประกันภัยตามหลักวิชาการประกันภัย สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ&lt;br /&gt;       1. การประกันภัยบุคคล ( Insurance of the person ) เป็นการประกันภัยเกี่ยวกับภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายเกี่ยวกับบุคคลหรือที่เกิดกับบุคคล ซึ่งได้แก่&lt;br /&gt;            1.1  การประกันชีวิต&lt;br /&gt;            1.2  การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล&lt;br /&gt;            1.3  การประกันสุขภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       2. การประกันภัยทรัพย์สิน ( Property Insurance ) หมายถึง การประกันที่บริษัทผู้รับประกันภัยทำสัญญายินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ให้กับผู้เอาประกันภัยในกรณีที่เกิดความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกัน ซึ่งได้แก่&lt;br /&gt;            2.1  การประกันอัคคีภัย&lt;br /&gt;            2.2  การประกันภัยรถยนต์&lt;br /&gt;            2.3  การประกันทางทะเลและขนส่ง&lt;br /&gt;            2.4  การประกันภัยเบ็ดเตล็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      3. การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย ( Liability Insurance ) หมายถึง การประกันที่บริษัทผู้รับประกันภัย ทำสัญญายินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือชดใช้เงินจำนวนหนึ่งให้กับบุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายที่เกิดกับชีวิต ร่างกาย หรือ ทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอกนั้น อันเกิดจากการกระทำของผู้เอาประกันภัย ซึ่งได้แก่&lt;br /&gt;            3.1  การประกันภัยความรับผิดชอบของบุคคลต่อบุคคลอื่น&lt;br /&gt;            3.2  การประกันภัยความรับผิดชอบของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะต่อบุคคลอื่น&lt;br /&gt;            3.3  การประกันภัยความรับผิดชอบของธุรกิจต่อบุคคลอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การแบ่งประเภทของการประกันภัยตามหลักการทางธุรกิจประกันภัย สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       1. การประกันชีวิต ( Life Insurance )&lt;br /&gt;       2. การประกันวินาศภัย ( Non-Life Insurance ) เป็นการประกันภัยใดๆ ที่ไม่ใช่การประกันชีวิต ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ&lt;br /&gt;          2.1   การประกันอัคคีภัย&lt;br /&gt;          2.2   การประกันภัยรถยนต์&lt;br /&gt;          2.3   การประกันทางทะเลและขนส่ง&lt;br /&gt;          2.4   การประกันภัยเบ็ดเตล็ด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-1136954854442672236?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/1136954854442672236/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_5098.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1136954854442672236'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1136954854442672236'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_5098.html' title='ประเภทของการประกันภัย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-1066827039835839622</id><published>2009-10-21T09:48:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:51:11.508-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>ประโยชน์ของการประกันภัย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของการประกันภัย&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์ของการประกันภัยอย่างกว้างๆ พอจะสรุปได้เป็น 3 ประเภท คือ&lt;br /&gt;1. ประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัย&lt;br /&gt;     - เป็นการให้หลักประกันต่อบุคคลและครอบครัวของผู้เอาประกันภัยเมื่อมีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตไป&lt;br /&gt;     - เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับชดใช้ ค่าเสียหายนั้นจากผู้รับประกันภัย&lt;br /&gt;     - ช่วยปลูกฝังให้เกิดนิสัยการประหยัดและการออมทรัพย์&lt;br /&gt;     - สามารถลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดา&lt;br /&gt;2. ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม&lt;br /&gt;     - ช่วยสร้างความมั่นคงในสังคม&lt;br /&gt;    - เป็นการลดความไม่แน่นอนในสังคม&lt;br /&gt;     - เป็นสวัสดิภาพของสังคม&lt;br /&gt;     - ช่วยให้มีการระดมทุน เพื่อพัฒนาประเทศ&lt;br /&gt;3. ประโยชน์ต่อธุรกิจ&lt;br /&gt;     - ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ&lt;br /&gt;     - เป็นหลักประกันของสินเชื่ออนุมัติของธนาคาร&lt;br /&gt;     - ช่วยให้เกิดการค้าขายระหว่างประเทศเป็นไปอย่างดี&lt;br /&gt;     - ช่วยให้การคำนวณต้นทุนใกล้เคียงต่อความเป็นจริง &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-1066827039835839622?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/1066827039835839622/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_4842.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1066827039835839622'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1066827039835839622'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_4842.html' title='ประโยชน์ของการประกันภัย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-3121394568059374427</id><published>2009-10-21T09:45:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:47:52.443-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>กฎหมายเพื่อควบคุมกิจการประกันภัย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;    กฎหมายเพื่อควบคุมกิจการประกันภัย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     ปี พ. ศ. 2492 กระทรวงเศรษฐการซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาการอันเกี่ยวกับการประกันภัยได้กำหนดเงื่อนไขควบคุมกิจการประกันภัยขึ้นใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดมากขึ้นกว่าเงื่อนไขฉบับปี 2472 แต่แม้จะมีข้อความและรายละเอียดมากขึ้น เงื่อนไขฉบับปี พ. ศ. 2492 ก็ยังขาดหลักการสำคัญที่ควรจะมีอีกหลายอย่าง ดังนั้น ในปี พ. ศ.2507 รัฐบาลจึงได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย และ ร่างพระราชบัญญัติประกันชีวิต เข้าสู่การพิจารณาของสภาร่าง รัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีกฎหมายควบคุมการประกอบการประกันภัยทั้ง 2 ประเภทนี้ขึ้นไว้โดยเฉพาะ ซึ่งในที่สุดร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับนี้ก็ได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ. ศ. 2510&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      เหตุผลของการประกาศใช้พระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับนี้ ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา พอที่จะนำมากล่าวรวมกันได้ดังนี้คือ “ ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมประกันวินาศภัย และการประกันชีวิตโดยเฉพาะ การควบคุมกิจการดังกล่าวได้อาศัยเงื่อนไขควบคุมกิจการประกันภัยซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พุทธศักราช 2471 ซึ่งยังไม่รัดกุมพอ เป็นเหตุให้บริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิตมีฐานะการเงินไม่มั่นคง ทำให้ผู้เอาประกันวินาศภัย และผู้เอาประกันชีวิตเสียเปรียบและไม่ได้รับความคุ้มครองเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องบัญญัติกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ขึ้น เพื่อควบคุมบริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิตให้ดำเนินการโดยเล็งถึงผลประโยชน์ของผู้เอาประกันวินาศภัยและ ผู้เอาประกันชีวิต มิให้ดำเนินการไปในทางที่เสี่ยงภัย และเพื่อส่งเสริมกิจการประกันภัยให้เจริญ ก้าวหน้ายิ่งขึ้นให้ทันกับความต้องการของประชาชน เพราะการประกันวินาศภัยเป็นการช่วยให้ผู้ที่ถูกละเมิดทางร่างกายและทรัพย์สินได้รับชดใช้ค่าเสียหาย และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่เจ้าของทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัยไว้ เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมในการลงทุนในประเทศได้อย่างดีอีกด้วย และเพราะการประกันชีวิตนอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินแก่ผู้เอาประกันชีวิตแล้ว ยังเป็นสถาบันการเงินที่สำคัญในการช่วยพัฒนาการเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ” ข้อที่ควรสังเกตก็คือ พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย และพระราชบัญญัติประกันชีวิต มุ่งในทาง ควบคุมบริษัทรับประกันภัยให้ดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย มิได้มีผลเป็นการยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยการประกันภัยในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 แต่ประการใด หลักการเกี่ยวกับเรื่อง สัญญาประกันภัยคงเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นอกจากในบางเรื่อง ซึ่งพระราชบัญญัติใหม่ทั้ง 2 ฉบับนี้ได้บัญญัติ เพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งจะได้ศึกษากันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      อนึ่ง เมื่อต้นปี พ. ศ. 2515 ได้มี ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 &lt;a name="_ftnref1"&gt;ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารชนพุทธศักราช &lt;/a&gt;2471 ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น พร้อมทั้งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมและพระราชบัญญัติ กำหนดกระทรวงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายฯ แล้วได้วางข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมกิจการต่าง ๆ ขึ้นใหม่ โดยมีความในข้อ 5 ของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวว่า “ เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังระบุไว้ต่อไปนี้ หรือกิจการอันมีสภาพคล้ายคลึงกัน ให้เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาต ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       และมีข้อ 21 กำหนดว่า “ ให้ถือว่ากิจการประกันภัย ฯลฯ เป็นกิจการที่รัฐมนตรีได้ประกาศตามข้อ 5 แล้ว ฯลฯ ” ซึ่งก็มีผลว่า ผู้ใดจะประกอบกิจการประกันภัยไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี (คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการประกันภัย ตามประกาศคณะปฏิวัติข้อ 12) และในขณะเดียวกันก็มีข้อ 6 กำหนดว่า “ ในกรณีที่มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการตามที่ระบุไว้ในข้อ 3 หรือข้อ 5 การประกอบกิจการดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยกิจการนั้น ” ซึ่งมีผลว่าการประกอบกิจการประกันวินาศภัยและการประกันชีวิต จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยและพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ. ศ. 2510 ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       นอกจากนี้ในปี พ. ศ. 2515 ได้มี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 287 วางข้อกำหนดควบคุมกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งมีลักษณะใกล้กับการประกันชีวิตขึ้นไว้โดยเฉพาะเพื่อป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากกิจการนี้โดยมิชอบและเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน แต่ต่อมาได้มี พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ . ศ .2517 ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 287 นั้นเสีย แล้วได้วางข้อกำหนดในการจัดตั้ง และการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ตลอดจนวิธีการควบคุมสมาคมดังกล่าวขึ้นใหม่ซึ่งจะได้กล่าวถึงพระราชบัญญัตินี้เมื่อถึงคราวศึกษาเรื่องการประกันชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งถึงปี พ. ศ. 2535 เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ. ศ. 2510 และพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ . ศ. 2510 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานมีบทบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนฐานะของสำนักงานประกันภัยเป็นกรมการประกันภัย ดังนั้น จึงได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ. ศ. 2535และพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ. ศ. 2535 แทนพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยและพระราชบัญญัติประกันชีวิตที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ. ศ . 2510 ดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจประกันภัย ตลอดจนมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการประกอบธุรกิจประกันภัยให้มีความคล่องตัวและสามารถเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการกำหนดขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่เสียใหม่ เพื่อให้สามารถควบคุมและกำกับดูแลกิจการธุรกิจประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         แต่กระนั้น ด้วยเหตุที่ในปัจจุบัน การค้าบริการระหว่างประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ จนเกิดการแข่งขันอย่างไร้ขีดจำกัดในระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกัน อันก่อให้เกิดการกีดกันทางการค้า ไม่ว่าจะโดยการออกกฎระเบียบของประเทศต่าง ๆ หรือโดยการเอาเปรียบของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีความพยายามจัดให้มีการเจรจาทางการค้าในระดับระหว่างประเทศ จนกระทั่งในปี พ . ศ. 2536 ด้วยผลของการประชุมการเจรจาการค้าหลายฝ่ายรอบอุรุกวัย ก็ได้มีความตกลงกันกำหนดให้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการบริการ ( THE GENERAL AGREEMENT ON TRADE IN SERVICES-GATS) ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเปิดเสรีทางการค้าบริการอย่างเป็นธรรมเป็นหลัก ดังนั้น ในส่วนของประเทศไทย ซึ่งได้ให้สัตยาบันความตกลงของ GATS ดังกล่าวนี้ จึงได้รับผลกระทบในการที่อาจจะต้องแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับกิจการประกันภัย อันเป็นธุรกิจบริการประเภทหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศได้เข้ามาดำเนินธุรกิจประกันภัยได้ง่ายขึ้นต่อไปในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก tsl.tsu.ac.th&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-3121394568059374427?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/3121394568059374427/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_1226.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/3121394568059374427'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/3121394568059374427'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_1226.html' title='กฎหมายเพื่อควบคุมกิจการประกันภัย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-1797607209322083289</id><published>2009-10-21T09:43:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:45:13.321-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>การก่อตั้งบริษัทประกันภัยของคนไทย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การก่อตั้งบริษัทประกันภัยของคนไทย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;    ในปี พ. ศ. 2472 นั้น มีบริษัทประกันภัยที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยโดยคนไทยเป็นบริษัทแรกคือ บริษัทเตียอันเป๋าเฮี่ยม จำกัด ซึ่งในปีนั้นเองมีอีกหลายบริษัท คือบริษัทเซ่งเชียงหลีประกันภัยธนากิจและพาณิชยการ จำกัด บริษัทเชียงอาน รับประกันอัคคีภัยและอุทกภัย จำกัด เป็นบริษัทประกันวินาศภัยทั้งสิ้น &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;       ในช่วงเวลาตั้งแต่ พ. ศ. 2472 จนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ พ. ศ. 2484 นั้นมีบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยเพียง 10 บริษัทเท่านั้น ส่วนบริษัทต่างประเทศได้จดทะเบียนถึง 62 บริษัท สำหรับบริษัทของคนไทยนั้นเป็นบริษัทประกันวินาศภัย ไม่มีบริษัทที่ประกอบการประกันชีวิต ส่วนบริษัทต่างประเทศเป็นทั้งบริษัทประกันวินาศภัย และบริษัทประกันชีวิต &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;       บริษัทประกันชีวิตของคนไทยนั้นเพิ่มได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นแล้วเพราะในช่วงสงครามโลกนั้นเอง บริษัทประกันภัยของต่างประเทศตกอยู่ในฐานะชนชาติศัตรูต้องหยุดประกอบกิจการไปเกือบทั้งหมด บริษัทประกันชีวิตของคนไทยบริษัทแรกคือ บริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด ซึ่งจดทะเบียนในปี พ. ศ. 2485 ปีเดียวกันนี้มีอีกบริษัทซึ่งมีคนไทยเป็นผู้ก่อตั้งคือ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด ก็ได้จดทะเบียนเช่นกัน &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-1797607209322083289?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/1797607209322083289/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_463.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1797607209322083289'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/1797607209322083289'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_463.html' title='การก่อตั้งบริษัทประกันภัยของคนไทย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-4670675766948271442</id><published>2009-10-21T09:39:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:43:17.684-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>ประวัติของการประกันภัยในประเทศไทย</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;    &lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;  &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name="topic3"&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ประวัติของการประกันภัยในประเทศไทย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;     กิจการประกันภัยเริ่มในยุโรปมานานแล้ว เมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาจมีการประกันภัยกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะการประกันทางทะเล และขนส่ง แต่เป็นการที่ชาวต่างชาติทำประกันกันเอง ไม่เกี่ยวมาถึงไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การประกันภัยเริ่มขึ้นในประเทศไทย ปรากฏขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ. ศ. 2368 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งยังทรงผนวชอยู่ ได้ทรงสั่งซื้อเครื่องพิมพ์จากประเทศอังกฤษ และโดยที่เกรงว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นในระหว่างทาง จึงได้สั่งให้เอาเครื่องพิมพ์ดังกล่าวประกันภัยระหว่างการขนส่งในนามของพระองค์เองแสดงว่าการประกันภัยนั้นได้เริ่มแผ่เข้ามาถึงเมืองไทยแล้ว และอาจกล่าวได้ว่าไทยได้รู้จักวิธีการประกันภัย หรือการประกันภัยทางขนส่งสินค้าของได้เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การประกันภัยที่ควรจะนับว่าเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยตรงได้เริ่มจากสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา คือในรัชกาลนี้มีฝรั่งเศสเข้ามาตั้งห้างค้าขายมาก ห้างฝรั่งเศสเหล่านี้ปรากฏว่า บางห้างได้เป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัยต่างประเทศด้วย เท่าที่ปรากฏมีดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      1. ห้องบอเนียว ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ. ศ. 2399 เป็นตัวแทนของ Netherlands Indea Sea and Fire Insurance Company รับประกันทางทะเล และประกันอัคคีภัย กับเป็นตัวแทนของ North China Insurance Company&lt;br /&gt;      2. ห้างสก๊อต ตั้งขึ้นเมื่อ พ. ศ. 2399 เหมือนกัน เป็นตัวแทนของ Ocean Marine Insurance Company&lt;br /&gt;      3. ห้างบิกเกนแบ็ก ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ. ศ. 2401 เป็นตัวแทนของ Colonial Sea and Fire Insurance Company&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          สมัยรัชกาลที่ 5 คณะทูตจากประเทศอังกฤษได้ขอพระบรมราชานุญาตให้บริษัทอิ๊สเอเซียติก จำกัด ของชาวอังกฤษดำเนินธุรกิจรับประกันชีวิตประชาชนคนไทยและชาวต่างประเทศในประเทศไทย ในฐานะตัวแทนของบริษัทเอควิตาเบิลประกันภัยแห่งกรุงลอนดอน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอนุญาต โดยมีสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้ถือกรมธรรม์เป็นคนแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         หลังจากนั้นมาธุรกิจประกันชีวิตก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะกรมธรรม์ต้องส่งมาจากประเทศอังกฤษและคนไทยก็ยังไม่มีความสนใจ ธุรกิจประกันชีวิตต้องหยุดชะงักไปเองในปลายรัชกาลที่ 5 นั่นเอง แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นกิจการประกันภัยในด้านที่ไม่ใช่ประกันชีวิต ก็ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ห้างฝรั่งที่ตั้งในเมืองไทยส่วนมากเป็นตัวแทนของบริษัทรับประกันต่างประเทศหลายแห่ง และนอกจากบริษัทอิ๊สเอเซียติก จำกัดแล้ว ก็ยังมีหลายห้างที่เป็นตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตของต่างประเทศ เช่น&lt;br /&gt;     - ห้างสยามฟอเรสต์ เป็นตัวแทนของ Commercial Union Assurance Company&lt;br /&gt;     - ห้างเบนเมเยอร์ เป็นตัวแทนของ Nordstern Life Insurance Company of Berlin&lt;br /&gt;     - ห้างหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์ เป็นตัวแทนของ China Mutual Life Insurance Company&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       สมัยนั้นบริษัทหรือห้างที่จะตั้งกิจการประกันภัยโดยตรงขึ้นในเมืองไทยยังไม่มี เว้นแต่บริษัทเรือเมล์จีนสยามได้รับอำนาจพิเศษให้ดำเนินกิจการรับประกันอัคคีภัยและรับประกันภัยทางทะเลด้วย อย่างไรก็ตามนับได้ว่า การประกันภัยนับว่าได้มีมาแล้วนับแต่การประกันอัคคีภัย การประกันทางทะเล การประกันชีวิตและการประกันรถยนต์ ก็ได้มีมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เช่น ห้างสยามอิมปอร์ต เป็นตัวแทนของ Motor Union Insurance Company รับประกันรถยนต์แสดงว่าการประกันภัยต่าง ๆ ไม่ใช่เป็นของใหม่สำหรับเมืองไทยเลย เคยมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        กฎหมายฉบับแรกเท่าที่ค้นพบ ที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการประกันภัย คือพระราชบัญญัติลักษณะเข้าหุ้นส่วนและบริษัท ร . ศ . 130 ( พ. ศ. 2454) ซึ่งมาตรา 115 บัญญัติว่า “ บริษัทเดินรถไฟ รถราง บริษัทรับประกันต่าง ๆ บริษัททำการคลังเงินเหล่านี้ ท่านห้ามมิให้ตั้งขึ้นนอกจากได้รับพระบรมราชานุญาต ”&lt;br /&gt;        ในปี พ. ศ. 2467 ได้มีการบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขึ้น มีบรรพ 3 ลักษณะ 20 เป็นเรื่องการประกันภัยรวมอยู่ด้วย เป็นการรับรู้ข้อตกลงในเรื่องประกันภัยว่าเป็นสัญญาที่ผูกพันชอบด้วยกฎหมาย และได้มีบทบัญญัติลักษณะห้างหุ้นส่วนบริษัท มาตรา 1014 กล่าวไว้ว่า ห้ามมิให้ตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัท เพื่อทำการประกันภัยขึ้น เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นพิเศษ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเริ่มควบคุมการก่อตั้งบริษัทประกันภัยไม่ให้ตั้งโดยเสรี แต่ยังมิได้ ควบคุมการดำเนินกิจการโดยตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ชาวต่างประเทศในขณะนั้นได้ติดต่อขออนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยกับกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม แต่ทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมยังไม่พร้อมที่จะรับการ จดทะเบียนประกอบธุรกิจประกันภัยในทันที เพราะเห็นว่าการประกันภัยเป็นธุรกิจที่ต้องดำเนินโดยมีส่วนเกี่ยวพันถึงสาธารณชนในด้านความผาสุกและปลอดภัย จึงได้มีการกำหนดธุรกิจประกันภัยไว้ในกฎหมายที่ว่าด้วยความผาสุกและปลอดภัยแห่งสาธารณชน ทั้งจำเป็นต้องกำหนดระเบียบการปฏิบัติในการควบคุมธุรกิจให้มีมาตรฐานและปลอดภัยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       สำหรับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ปี พ. ศ. 2467 ดังกล่าวข้างต้นได้ถูกยกเลิก และใช้บทบัญญัติบรรพ 3 ที่ตรวจชำระใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2472 ซึ่ง บรรพ 3 ที่ตรวจชำระใหม่ก็มีบทบัญญัติลักษณะ 20 ว่าด้วยประกันภัยตั้งแต่มาตรา 861 ถึงมาตรา 897 และมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก"tsl.tsu.ac.th"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-4670675766948271442?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/4670675766948271442/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_9999.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4670675766948271442'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/4670675766948271442'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_9999.html' title='ประวัติของการประกันภัยในประเทศไทย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-6317730432576051194</id><published>2009-10-21T09:32:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:39:08.573-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.ประกันภัย'/><title type='text'>ประวัติของการประกันภัยในต่างประเทศ</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;ประวัติของการประกันภัยในต่างประเทศ&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เมื่อราว 3 พันปีก่อนคริสต์ศักราช พ่อค้าชาวจีนได้คิดใช้หลักของการประกันภัยขึ้น โดยพ่อค้าเหล่านั้นได้ประกันต่อความเสียหายของสินค้าราคาแพงที่ขนส่งทางเรือตามลำน้ำแยงซีเกียง ภัยที่ประกันคือ ภัยจากหินใต้น้ำ กระแสน้ำเชี่ยวในแม่น้ำ สินค้าดังกล่าวบางครั้งก็เป็นทรัพย์ทั้งหมดที่พ่อค้ามีอยู่ เมื่อมีความกลัวต่อความหายนะ พ่อค้าจึงได้ประกันภัยไว้ โดยการกระจายโอกาสที่จะเกิดความหายนะออกไป เขาเหล่านั้นให้เหตุผลดังกล่าวว่า ถ้าเรือ 100 ลำ แต่ละลำบรรทุกสินค้า 100 ห่อ ได้เริ่มเดินทางที่ต้นกระแสน้ำเชี่ยว พ่อค้าจะกระจายความเสี่ยงภัยโดยในเรือแต่ละลำ พ่อค้าจะบรรทุกสินค้าของตนในเรือเพียงคนละ 1 ห่อต่อเรือ 1 ลำ จนครบ 100 ลำ การสูญเสียเรือ 1 ลำ จะทำให้พ่อค้าแต่ละคนสูญเสียสินค้าเพียงคนละ 1 ห่อเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการบันทึกไว้ในเรื่องของกำเนิดการประกันภัยนั้น ยังมีอีกทางหนึ่งว่า ชาวบาบิโลนซึ่งอาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำยูเฟรติสเมื่อประมาณห้าพันปีล่วงมาแล้ว ได้ผลิตสินค้าออกขาย และได้ส่งลูกจ้างหรือทาสของตนออกไปเร่ขายสินค้าตามเมืองต่างๆ ทาสหรือลูกจ้างของตนนี้ไม่มีส่วนได้เสียในกำไรที่เกิดขึ้นกับการขายสินค้าเหล่านั้นเลย และไม่มีอำนาจในการตกลงกับผู้ซื้อนอกเหนือไปจากที่ได้รับคำสั่งจากนายของตนเท่านั้น พอการค้าเจริญขึ้น การทำงานของทาสหรือลูกจ้างก็เกิดความไม่สะดวก เนื่องจากขาดอำนาจต่าง ๆ ดังกล่าว การใช้ทาสหรือลูกจ้างก็เปลี่ยนไปเป็นใช้พ่อค้าเร่ (travellingsales-man) ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า darmatha แปลว่าคนตีกลอง เป็นผู้รับสินค้าจากพ่อค้าไปจำหน่ายยังเมืองต่างๆพวกพ่อค้าเร่นี้ต้องมอบทรัพย์สิน ภรรยา และบุตรที่อยู่ทางบ้านให้พ่อค้าเป็นประกัน โดยมีสัญญากันว่ากำไรที่ได้รับนั้นพ่อค้าเร่ต้องแบ่งให้พ่อค้าเจ้าของสินค้าครึ่งหนึ่ง หากพ่อค้าเร่หนีหายไป หรือถูกโจรปล้นเอาสินค้าไปหมด บรรดาทรัพย์สินจะถูกพ่อค้าริบ และภรรยากับบุตรก็จะตกเป็นทาสไปด้วย เงื่อนไขดังกล่าวนี้เมื่อปฏิบัติไปเพียงเล็กน้อย บรรดาพ่อค้าเร่ก็ไม่พอใจจึงเกิดการแข็งข้อ ไม่ยอมรับเงื่อนไขอันเสียเปรียบนี้ และในที่สุดก็ตกลงเงื่อนไขใหม่ว่า ถ้าการสูญเสียสินค้าโดยมิใช่ความผิดของพ่อค้าเร่ หรือพ่อค้าเร่มิได้เพิกเฉยต่อการป้องกันรักษาสินค้าอย่างเต็มที่แล้วให้ถือว่าพ่อค้าเร่ไม่มีความผิด พ่อค้าเจ้าของสินค้าจะริบทรัพย์สิน บุตรและภรรยาไม่ได้ ข้อตกลงนี้จึงได้ใช้ต่อมาอย่างแพร่หลายในการค้าสมัยนั้น นับได้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเริ่มต้นของการประกันภัยในสมัยโบราณ (ไชยยงค์ ชูชาติ , "ประวัติการประกันภัย" วารสารข่าวสารประกันภัย ( 1 มิถุนายน 2 512 : 28 ) )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาชาวกรีกได้รับเอาความคิดของชาวบาบิโลนมาใช้กับการเดินเรือของตนในราวสามพันปีมาแล้ว คือยอมให้เอาเรือหรือสินค้าของตนเป็นประกันเงินกู้ ที่ต้องกู้ยืมจากนายทุนมาในการจัดซื้อสินค้า โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าเรือสินค้าลำนั้นไม่กลับท่า เจ้าหนี้จะมาเรียกร้องหนี้สินคืนจาก เจ้าของเรือไม่ได้ นับได้ว่าการประกันภัยทางทะเลได้เริ่มขึ้นในระยะนี้ ซึ่งได้ถึงกับมีการจัดตั้งเป็นสถาบันการประกันภัยทางทะเลในกรุงเอเธนส์สมัยนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางด้านประกันชีวิตนี้ ไม่มีหลักฐานแน่นอนว่าเริ่มมีกันตั้งแต่เมื่อใด ทราบกันเพียงว่าชาวกรีกและชาวโรมันในสมัยโบราณใช้วิธีบริจาคเงินช่วยในการทำศพด้วยการเก็บเงินจากคนที่ไปโบสถ์ในวันอาทิตย์คนละเล็กละน้อยเป็นรายเดือนเพื่อเป็นการช่วยเหลือในการทำศพผู้ตาย และต่อมาได้จัดตั้งสมาคมรับประกันในหมู่พวกทหารขึ้น สมาชิกที่ตายจะได้เงินสำหรับทำศพ และจะได้รับเงินบำนาญเมื่อถึงวัยชรา เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของการประกันชีวิตขึ้นแล้วในสมัยโบราณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของการประกันภัยในสมัยโบราณดังกล่าว คงเป็นวิธีการง่าย ๆ ปราศจากแบบแผนหรือระเบียบที่แน่นอน จนกระทั่งได้มีการจัดตั้งธุรกิจประกันภัยในรูปของบริษัทการค้าขึ้นเมื่อราว พ. ศ. 1853ที่เมือง Flanders ในอิตาลี และในช่วงศตวรรษนั้น การค้าขายทางทะเลมีความสำคัญที่สุด ได้มีสัญญาประกันภัยฉบับแรกได้ถูกบันทึกไว้ปรากฏอยู่ สัญญาประกันภัยทางทะเล เกี่ยวกับสินค้าของเรือซานตาคาลา ที่เมืองเจนัวในปี พ. ศ.1890 และในปี พ. ศ. 2117 พระนางเอลิซาเบธแห่งประเทศอังกฤษได้ตรากฎหมายจัดตั้งหอประกันภัยขึ้นสำหรับขายกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเล ทำให้ธุรกิจประกันภัยของอังกฤษได้เจริญก้าวหน้าวิวัฒนาการเรื่อยมา เริ่มต้นแต่ดำเนินงานในรูปสำนักงานจนเป็นสมาคม สัญญาประกันภัยของอังกฤษฉบับแรกที่บันทึกไว้คือ "The Broke SeaInsurance Policy" ซึ่งยังเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2190 ( เสริมสุขะ , ผู้แปล. การประกันภัย , กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรุงศิลป์ , 2520 หน้า 3 ) &lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประวัติของการประกันชีวิตในต่างประเทศ&lt;br /&gt;          ในระยะแรก การประกันชีวิตถูกมองว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์จากชีวิตของมนุษย์อย่างไร้ศีลธรรม และในหลายประเทศได้ออกกฎหมายห้ามการดำเนินการดังกล่าว โดยเฉพาะในฝรั่งเศสก่อนปี พ. ศ. 2363 และอิตาลีระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19 แต่ในอังกฤษไม่มีการห้ามดำเนินกิจการดังกล่าว นักทฤษฎีและนักคณิตศาสตร์ในภาคพื้นยุโรปจำนวนมากได้อุทิศตนในการพัฒนาความรู้ด้านประกันชีวิต จอห์น แกรนด์ ได้รวบรวมสถิติการตายเนื่องจากกาฬโรค และในปี พ. ศ. 2204 ได้พิมพ์หนังสือชื่อ " ธรรมชาติและข้อสังเกตทางการเมือง" ผลงานดังกล่าวถือว่าเป็นการแสดงตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับการประกันชีวิตเป็นครั้งแรก &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;          Edmund Hally นักคณิตศาสตร์ได้ศึกษาสถิติการตายในเมือง Breslau ในระหว่างปี พ. ศ. 2230 – 2234 และได้พิมพ์ผลงานชื่อ " สถิติมรณกรรมในเบรสเลาว์ " โทมัส ซิมป์สัน ได้พิมพ์ผลงานเรื่อง" ธรรมชาติและกฎการเปลี่ยนแปลง" ในปี พ. ศ. 2283 เรื่อง" ข้อกำหนดเบี้ยประกันรายปีและการลดอัตราการจ่ายกรณีตาย" ในปี พ. ศ. 2385 แนวความคิดในวิชาการด้านประกันชีวิตของ ซิมป์สัน กว้างและชัดเจนยิ่งกว่าผลงานของบุคคลอื่น ๆ ก่อนหน้านั้น &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;         ระยะแรกของการประกันชีวิต Richard Martin กับพวกได้เสนอแนวทางที่เกี่ยวกับ การประกันชีวิตเป็นครั้งแรกในปี พ. ศ. 2079 กล่าวโดยสรุปก็คือหากผู้เอาประกันถึงแก่ความตายภายใน 12 เดือน ผู้รับประกันจะจ่ายเงินเป็นจำนวน 400 ปอนด์ ต่อมาได้มีคดีขึ้นสู่ศาลว่า คำว่า 12 เดือนนั้น หมายถึง เดือนทางจันทรคติ หรือตามปฏิทิน ศาลได้ตัดสินเอาความผิดกับผู้รับประกัน เนื่องจากสัญญาประกันภัยคลุมเครือ แนะแนวทางคำพิพากษาดังกล่าวยังใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;       ในปี พ. ศ. 2241 บาทหลวง William Assheton ได้วางโครงการก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตชื่อบริษัทเมอเซอร์ในลอนดอน โดยจุดประสงค์เพื่อเป็นการให้ประโยชน์ต่อแม่หม้ายในปีต่อมา ก็มีองค์การในลักษณะคล้ายกัน ภายใต้ชื่อว่า" สมาคมเพื่อแม่หม้าย " แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความจริงที่ว่า ยังไม่ได้มีการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับการตายอย่างถูกต้อง อันจะเป็นกฎเกณฑ์ของการดำเนินการขององค์การต่าง ๆ ตามมาตรฐานของการประกันชีวิต ศาสตราจารย์ James L. Athearn ได้กล่าวว่า สมาคมดังกล่าวเป็นองค์การแรกของการประกันชีวิต องค์การที่เกี่ยวกับการประกันชีวิตอีกองค์การหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากในอังกฤษคือ" สมาคมมิตรสัมพันธ์เพื่อการประกันภัย " ซึ่งก่อตั้งใน พ. ศ. 2249 และต่อมาได้รวมอยู่ในสหภาพนอร์วิช ในปี พ. ศ. 2409 องค์การนี้ได้โฆษณากิจการต่อสาธารณชน ดังนั้น อาจถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เสนอความรู้เกี่ยวกับการใช้ประกันชีวิตต่อสาธารณชน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;      บริษัทประกันชีวิตซึ่งเก่าแก่และยังดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบันนี้คือ"สมาคมเพื่อการประกันชีวิตที่เสมอภาค" (The Society for the Equitable Assurance of Lives and Survivorship) หรือที่เรียกว่าว่า " Old Equitable" ซึ่งก่อตั้งในปี พ. ศ. 2305 โดย Thomas Shimpson และด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนจาก Edward Rowe Mores อย่างไรก็ดี สมาคมนี้ได้เริ่มต้นก่อนหน้านั้น โดย โทมัส ซิมป์สัน และ เจมส์ ดิคสัน ในปี พ. ศ. 2229 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ จนหลังเจมส์ ดิคสัน ตายลง โทมัส จึงได้ดำเนินการต่อมา จนสมาคมก่อตั้งขึ้นได้ สำหรับการคำนวณเบี้ยประกัน ได้คิดจากอายุของผู้เอาประกันและระยะเวลาที่คุ้มครอง การยื่นขอเอาประกันต้องทำเป็นหนังสือ และระบุข้อมูล 2 ประการคือ สถานะทางสุขภาพ รวมทั้งอาชีพและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้เอาประกัน องค์การนี้ได้ใช้ประโยชน์จากวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งคำนวณโดยนักคณิตศาสตร์ ในอันที่จะกำหนดตารางเกี่ยวกับอัตราการตาย นับแต่ก่อตั้งองค์การนี้ ธุรกิจการประกันชีวิตได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก"tsl.tsu.ac.th" &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-6317730432576051194?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/6317730432576051194/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_21.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/6317730432576051194'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/6317730432576051194'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post_21.html' title='ประวัติของการประกันภัยในต่างประเทศ'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4539389902315586129.post-5310038770724892734</id><published>2009-10-21T09:24:00.000-07:00</published><updated>2009-10-21T09:29:24.091-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Mr.insurance1free'/><title type='text'>ความหมายของการประกันภัย</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ความหมายของการประกันภัย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         ได้มีผู้ให้คำจำกัดความ คำว่า การประกันภัย ไว้หลายนัยดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          Mark S. Dorfman : การประกันภัย เป็นการจัดการทางการเงินที่แจกจ่ายค่าของความสูญเสียที่ไม่คาดหวัง&lt;br /&gt;          Frederick G.Crane : การประกันภัย คือการจัดการของความเสี่ยงโดยการรวบรวมความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นทั้งหลาย โดยค่าของความสูญเสียนั้นจะถูกเฉลี่ยกันไปให้ระหว่างผู้เข้าร่วมความเสี่ยงภัยทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          คณะอนุกรรมการค้นคว้าและวิชาการ สมาคมการประกันวินาศภัย : การประกันภัย คือ การที่บุคคลฝ่ายหนึ่งทำหน้าที่เป็นหลักประกันแก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง โดยสัญญาว่าเขาจะต้องไม่รับความเดือดร้อนจากภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียหรือเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของเขา โดยฝ่ายผู้ให้หลักประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามจำนวนและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ หรืออาจทำให้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้นกลับสู่สภาพดีหรือใกล้เคียงดังเดิม โดยผู้ให้หลักประกันจะได้รับเงินตอบแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งตามจำนวนที่ตกลงกันไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 861 บัญญัติไว้ว่า    “อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งตกลงจะชดเชยค่าสินไหมทดแทน หรือ เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัยให้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก"tsl.tsu.ac.th"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4539389902315586129-5310038770724892734?l=insurance1free.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://insurance1free.blogspot.com/feeds/5310038770724892734/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/5310038770724892734'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4539389902315586129/posts/default/5310038770724892734'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://insurance1free.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='ความหมายของการประกันภัย'/><author><name>Watches Reviews online</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12687195134042404971</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
